เอลกลาซิโก้ ไม่ขลังเเละดุเดือดเหมือนเก่าเมื่อชุดขาวไร้โรนัลโด้

   ถึงอันดับในตารางลาลีก้าบาเซโลน่าจะเป็นรองรีลมาดริดเนื่องจากตามหลังทีมราชันย์ชุดขาว(จ่าฝูง)อยู่สองคะแนน แต่ลีโอแนล เมสซี่กลับรู้สึกว่าการขับเคี่ยวกันระหว่างทั้งสองสโมสรนั้นขาดสีสันไปมากนับตั้งแต่รีล มาดริดตัดสินใจปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมในปี2018 พร้อมกับยอมรับว่ายามที่ทีมชุดขาวมีดาวเตะชาวโปรตุเกสในสนามบรรยากาศในการสนามจะดุเดือดกว่าปกติเสมอ     “ ที่จริงผมไม่ควรพูดถึงสโมสรอื่น แต่ผมบอกตรงๆว่าการเล่นเกมกลาซิโก้โดยที่ไม่ได้ดวลกับโรนัลโด้มันเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง ทั้งสองสโมสรมีประวัติศาสตร์การแย่งชิงความยิ่งใหญ่กันมาตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่มาดริดมีโรนัลโด้ พวกเค้ามักมีแรงกระตุ้นที่ยอดเยี่ยม มันเป็นเกมที่ยากเสมอที่เราต้องดวลกัน แม้ว่าระหว่างเกมเราจะมุ่งมั่นที่เอาชนะกันราวกับว่าเราเป็นศัตรู แค่จริงๆแล้วมันเป็นไปตามแนวทางของฟุตบอลเท่านั้น ที่จริงแล้วผมอยากยังอยากดวลกับเค้าในกลาซิโก้ต่อไปนะ ”      “ รีล มาดริดไม่มีโรนัลโด้แล้วก็จริงแต่เค้าก็ยังคู่แข่งในการลุ้นแชมป์โดยตรง พวกเค้ายังมีนักเตะชั้นดีอีกมาก เราให้เกียรติพวกเค้าเสมอแต่บาซ่าก็มีแนวทางของตัวเอง เรากำลังรอคอยเกมกลาซิโก้ครั้งต่อไปมันคงเป็นเกมฟุตบอลที่ดีสำหรับแฟนบอลของเราทั้งคู่ ” ลีโอแนล เมสซี่ลงความเห็น เกม เอลกลาซิโก้ บาซ่ากำชัยตลอดนับตั้งแต่รีลมาดริดไร้เงาคริสเตียโน่โรนัลโด้     คริสเตียโน่ โรนัลโด้ตัดสินใจอำลารีล มาดริดเข้าสู่ร่มเงาของยูเวนตุสเมื่อซัมเมอร์ปี2018 ซึ่งนับจากนั้นผลงานในสนามของทีมราขันย์ชุดขาวก็ไม่แจ่มจรัสเหมือนเดิม และสถิติในเกมเอลกลาซิโก้ที่ดำเนินไปโดยไร้ดาวยิงชาวโปรตุเกสก็ปรากฏว่ารีล มาดริดต้องประสบกับความปราชัยถึงสองครั้งสองครา อันได้แก่ การบุกไปแพ้บาซ่า1-5ที่คัมป์ นู และการเปิดเบอร์นาบิวพ่ายบาซ่าอีก0-1 ซึ่งจุดนี้เองที่อาจทำให้เมสซี่มองว่าทีมคู่ปรับตลอดกาลไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวอีกแล้ว     รีล มาดริดต้องประสบปัญหาเรื่องผลงานในสนามนับตั้งแต่การขายโรนัลโด้ออกไป พวกเค้า(รีล มาดริด)ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมถึงสามคนเมื่อซีซั่นที่แล้ว ไล่เรียงตั้งแต่ยูเลน โลเปเตกรี,ซานติดาโก้ โซลารี่ และซีนาดีน ซีดาน และถึงแม้ว่าผลงานในลาลีก้าจะทำได้ดีจนนำเป็นจ่าฝูงของตาราง […]

บาเซโลน่า เตรียมทบทวนบทบาทเดมเบเล่หลังผิดวินัยซ้ำสอง

   งามหน้าแท้ๆสำหรับอุสมาน เดมเบเล่ปีกพรสวรรค์ของบาเซโลน่า โดยมีรายงานระบุว่าสโมสรต้นสังกัดไม่พอใจกับที่มาของอาการบาดเจ็บของเดมเบเล่หนหลังสุด เนื่องจากไม่เชื่อว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่มีสาเหตุมาจากเกมการแข่งขันแต่อาจมีผลมาจากพฤติกรรมนอกสนามของเดมเบเล่เสียมากกว่า โดยเลขาฝ่ายเทคนิคของทีมอย่าง เอริค อาบีดาลได้เรียกเอเยนต์ส่วนตัวของนักเตะมาพูดคุยถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมในครั้งนี้    ภายหลังจากจบเกมที่บาซ่าออกไปพ่ายบิลเบา0-1นั้น ชาบี ยาลกูอาส แพทย์ประจำสโมสรได้สอบถามถึงอาการบาดเจ็บกับเดมเบเล่แล้ว แต่เจ้าตัวแจ้งว่าไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ ทว่าหลังจากนั้นเดมเบเล่ก็หายหน้าหายตาไม่มารายงานตัวกับสโมสรถึงสองวันด้วยกัน ซ้ำร้ายเมื่อกลับมาถึงสโมสรทีมแพทย์ก็มาตรวจพบว่าเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่าซ้าย และทำให้ไม่อาจช่วยทีมได้เป็นเวลา5สัปดาห์ ซึ่งสร้างปัญหาต่อการจัดทีมของเอเนสโต้ บัลเบร์เด้โดยตรง เนื่องจากทั้งหลุยส์ ซัวเรสและลีโอแนล เมสซี่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้าแล้ว จึงเหลือเพียงอองตวน กรีซมันน์เป็นแนวรุกเพียงรายเดียวให้ใช้งาน บาเซโลน่า ปวดหัวเดมเบเล่ไม่รักดีแฉติดเกม,บ้าปาร์ตี้แถมขาดความเป็นมืออาชีพ    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บาเซโลน่าต้องปวดหัวกับพฤติกรรมของเดมเบเล่ เนื่องจากเมื่อซีซั่นก่อนเจ้าตัวก็เคยขาดซ้อมกับทีมโดยอ้างว่ามีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร แต่ทีมแพทย์ก็มาตรวจพบว่าเจ้าตัวไม่ได้มีอาการป่วยดังกล่าวแต่มีสภาพร่างกายอิดโรยเนื่องจากเล่นเกมกับเพื่อนจนดึกดื่น ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นเดมเบเล่ก็โดนบัลเบร์เด้(กุนซือบาซ่า)หั่นชื่อออกจากทีมไประยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะดาวเตะวัย22ปีจะไม่หราบจำ เมื่อก่อเรื่องในทำนองเดียวกันซ้ำสอง    อุสมาน เดมเบเล่มีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งเหลือเกินนับแต่ย้ายมาร่วมทัพอัลซูนกราน่า(รวมรอบล่าสุดเจ็บหนักมาแล้ว7ครั้ง)ซึ่งก็ทำให้สโมสรไม่อาจใช้งานเค้าได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ซ้ำร้ายยังต้องมาเจอกับพฤติกรรมแย่ๆเหล่านี้อีก ก็ทำให้สื่อแดนกระทิงพร้อมใจกันฟันธงว่าเดมเบเล่จะหมดอนาคตในถิ่นคัมป์นูก่อนวัยอันควร ไม่ว่าจะเป็นการชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ,ไม่ดูแลเรื่องโภชนาการ และชอบเข้าสังคมปาร์ตี้ยามค่ำคืน จนทำให้บาเซโลน่าหมดความอดทน และเป็นไปได้สูงว่าการที่เจ้าบุญทุ่มต้องการดึงตัวเนย์มาร์กลับมาช่วยทีมเป็นคำรบสองนั้นก็เป็นเพราะต้องการให้ดาวเตะแซมบ้ามาแทนที่ปีกจอมแสบรายนี้