บาซ่า อ้อนนักเตะร่วมใจลดค่าเหนื่อยผยุงสโมสรสู้โควิด-19

     เนื่องด้วยวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ทำให้ลาลีก้าต้องหยุดทำการแข่งขันอย่างไม่มีกำหนด แล้วการที่ไม่มีแม็ตซ์การแข่งขันก็ส่งผลต่อรายได้ของหลายสโมสรเนื่องจากพวกเค้าไม่ได้ค่าตั๋วเข้าชม,กิจกรรมอีเวนต์หน้าสนาม และรายได้จากสปอนเซอร์จนแม้แต่ทีมใหญ่อย่างบาเซโลน่าเองก็เป็นกังวลว่าหากยังไม่สามารถกลับมาแข่งขันฟุตบอลกันต่อได้ในเร็ววันนี้ เลขตัวแดงในบัญชีของสโมสรจะต้องมากขึ้นอย่างแน่นอนจนทำให้บอร์ดบริหารอัลซูลกราน่าออกปากร้องขอให้บรรดานักเตะช่วยกันหั่นค่าเหนื่อยลงเพื่อช่วยประคับประคองสโมสร      เจ้าบุญทุ่มได้ขอเรียกร้องให้ผู้เล่นช่วยลดค่าเหนื่อยลงมาราว20-30% เพื่อลดภาระของสโมสรในช่วงที่ถูกสั่งพักการแข่งขัน โดยรายงานยืนยันว่าเหล่านักเตะในทีมต่างก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี แม้แต่สตาร์อย่างเมสซี่ และกรีซมันน์ต่างก็ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวอย่างพร้อมใจ ไม่ใช่เเค่ บาซ่า ที่ขอลดค่าเหนื่อยหลายๆทีมในสเปนก็ขอลดด้วยเช่นกัน       ไม่ใช่เพียงแค่บาเซโลน่าเท่านั้นที่ต้องเร่งดำเนินการด้านการรัดเข็มขัดทางการเงิน แต่รายงานของสื่อสเปนระบุว่ายังมีทีมอื่นๆที่กำลังพิจารณาขอลดหย่อนค่าเหนื่อยนักเตะตามมาด้วยอีกหลายทีมไม่ว่าจะเป็นรีล โซเซียดัด,เอสปันญ่อล,บียารีล และรีลเบติส ทั้งนี้เพราะหากวิเคราะห์ตามสถานการณ์แล้วคงเป็นเรื่องยากที่ลีกสเปนจะกลับมาแข่งขันตามกำหนดการเดิมในช่วงต้นเดือนเมษายน แต่น่าจะต้องหยุดการแข่งขันต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคมเป็นอย่างน้อย จึงแปลว่าทุกทีมจะไม่สามารถทำรายได้เพิ่มเหมือนเคยอีกเกือบสองเดือนเต็ม อิตาลี่เอาด้วย โรนัลโด้ โดนม้าลายหั่นค่าเหนื่อยลง9ล้านยูโร      นอกจากนักเตะในลาลีก้าจะโดนลดค่าเหนื่อยแล้ว ข้ามฝากไปที่อิตาลี่นักเตะในลีกกัลโช่ก็ประสบชะตากรรมที่ไม่ต่างกันเมื่อยูเวนตุสก็จะขอทำการลดค่าเหนื่อยนักลงไปที่30%เช่นเดียวกัน จึงทำให้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ค่าเหนื่อยลดต่ำลงไปถึง9ล้านยูโรเลยทีเดียว      ยูเวนตุสเองก็ร้องขอความร่วมมือลดค่าเหนื่อยนักเตะเช่นเดียวกัน และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ปกติได้รับค่าจ้างปีละ31ล้านยูโรก็จะถูกหั่นค่าจ้างหายไปถึง9ล้านยูโรจากวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามสตาร์ทีมชาติโปรตุเกสก็ยอมรับเงื่อนไขนี้อย่างไม่สะทกสะท้าน เนื่องจากโรนัลโด้เองยังคงสร้างรายได้จากช่องทางอื่นๆได้อย่างเต็มร้อยเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์กีฬาไนกี้ และค่าส่วนแบ่งด้านภาพลักษณ์อีกจากหลายผลิตภัณฑ์นั่นเอง

เอลกลาซิโก้ ไม่ขลังเเละดุเดือดเหมือนเก่าเมื่อชุดขาวไร้โรนัลโด้

   ถึงอันดับในตารางลาลีก้าบาเซโลน่าจะเป็นรองรีลมาดริดเนื่องจากตามหลังทีมราชันย์ชุดขาว(จ่าฝูง)อยู่สองคะแนน แต่ลีโอแนล เมสซี่กลับรู้สึกว่าการขับเคี่ยวกันระหว่างทั้งสองสโมสรนั้นขาดสีสันไปมากนับตั้งแต่รีล มาดริดตัดสินใจปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมในปี2018 พร้อมกับยอมรับว่ายามที่ทีมชุดขาวมีดาวเตะชาวโปรตุเกสในสนามบรรยากาศในการสนามจะดุเดือดกว่าปกติเสมอ     “ ที่จริงผมไม่ควรพูดถึงสโมสรอื่น แต่ผมบอกตรงๆว่าการเล่นเกมกลาซิโก้โดยที่ไม่ได้ดวลกับโรนัลโด้มันเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง ทั้งสองสโมสรมีประวัติศาสตร์การแย่งชิงความยิ่งใหญ่กันมาตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่มาดริดมีโรนัลโด้ พวกเค้ามักมีแรงกระตุ้นที่ยอดเยี่ยม มันเป็นเกมที่ยากเสมอที่เราต้องดวลกัน แม้ว่าระหว่างเกมเราจะมุ่งมั่นที่เอาชนะกันราวกับว่าเราเป็นศัตรู แค่จริงๆแล้วมันเป็นไปตามแนวทางของฟุตบอลเท่านั้น ที่จริงแล้วผมอยากยังอยากดวลกับเค้าในกลาซิโก้ต่อไปนะ ”      “ รีล มาดริดไม่มีโรนัลโด้แล้วก็จริงแต่เค้าก็ยังคู่แข่งในการลุ้นแชมป์โดยตรง พวกเค้ายังมีนักเตะชั้นดีอีกมาก เราให้เกียรติพวกเค้าเสมอแต่บาซ่าก็มีแนวทางของตัวเอง เรากำลังรอคอยเกมกลาซิโก้ครั้งต่อไปมันคงเป็นเกมฟุตบอลที่ดีสำหรับแฟนบอลของเราทั้งคู่ ” ลีโอแนล เมสซี่ลงความเห็น เกม เอลกลาซิโก้ บาซ่ากำชัยตลอดนับตั้งแต่รีลมาดริดไร้เงาคริสเตียโน่โรนัลโด้     คริสเตียโน่ โรนัลโด้ตัดสินใจอำลารีล มาดริดเข้าสู่ร่มเงาของยูเวนตุสเมื่อซัมเมอร์ปี2018 ซึ่งนับจากนั้นผลงานในสนามของทีมราขันย์ชุดขาวก็ไม่แจ่มจรัสเหมือนเดิม และสถิติในเกมเอลกลาซิโก้ที่ดำเนินไปโดยไร้ดาวยิงชาวโปรตุเกสก็ปรากฏว่ารีล มาดริดต้องประสบกับความปราชัยถึงสองครั้งสองครา อันได้แก่ การบุกไปแพ้บาซ่า1-5ที่คัมป์ นู และการเปิดเบอร์นาบิวพ่ายบาซ่าอีก0-1 ซึ่งจุดนี้เองที่อาจทำให้เมสซี่มองว่าทีมคู่ปรับตลอดกาลไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวอีกแล้ว     รีล มาดริดต้องประสบปัญหาเรื่องผลงานในสนามนับตั้งแต่การขายโรนัลโด้ออกไป พวกเค้า(รีล มาดริด)ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมถึงสามคนเมื่อซีซั่นที่แล้ว ไล่เรียงตั้งแต่ยูเลน โลเปเตกรี,ซานติดาโก้ โซลารี่ และซีนาดีน ซีดาน และถึงแม้ว่าผลงานในลาลีก้าจะทำได้ดีจนนำเป็นจ่าฝูงของตาราง […]

บาเซโลน่า เตรียมทบทวนบทบาทเดมเบเล่หลังผิดวินัยซ้ำสอง

   งามหน้าแท้ๆสำหรับอุสมาน เดมเบเล่ปีกพรสวรรค์ของบาเซโลน่า โดยมีรายงานระบุว่าสโมสรต้นสังกัดไม่พอใจกับที่มาของอาการบาดเจ็บของเดมเบเล่หนหลังสุด เนื่องจากไม่เชื่อว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่มีสาเหตุมาจากเกมการแข่งขันแต่อาจมีผลมาจากพฤติกรรมนอกสนามของเดมเบเล่เสียมากกว่า โดยเลขาฝ่ายเทคนิคของทีมอย่าง เอริค อาบีดาลได้เรียกเอเยนต์ส่วนตัวของนักเตะมาพูดคุยถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมในครั้งนี้    ภายหลังจากจบเกมที่บาซ่าออกไปพ่ายบิลเบา0-1นั้น ชาบี ยาลกูอาส แพทย์ประจำสโมสรได้สอบถามถึงอาการบาดเจ็บกับเดมเบเล่แล้ว แต่เจ้าตัวแจ้งว่าไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ ทว่าหลังจากนั้นเดมเบเล่ก็หายหน้าหายตาไม่มารายงานตัวกับสโมสรถึงสองวันด้วยกัน ซ้ำร้ายเมื่อกลับมาถึงสโมสรทีมแพทย์ก็มาตรวจพบว่าเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่าซ้าย และทำให้ไม่อาจช่วยทีมได้เป็นเวลา5สัปดาห์ ซึ่งสร้างปัญหาต่อการจัดทีมของเอเนสโต้ บัลเบร์เด้โดยตรง เนื่องจากทั้งหลุยส์ ซัวเรสและลีโอแนล เมสซี่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้าแล้ว จึงเหลือเพียงอองตวน กรีซมันน์เป็นแนวรุกเพียงรายเดียวให้ใช้งาน บาเซโลน่า ปวดหัวเดมเบเล่ไม่รักดีแฉติดเกม,บ้าปาร์ตี้แถมขาดความเป็นมืออาชีพ    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บาเซโลน่าต้องปวดหัวกับพฤติกรรมของเดมเบเล่ เนื่องจากเมื่อซีซั่นก่อนเจ้าตัวก็เคยขาดซ้อมกับทีมโดยอ้างว่ามีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร แต่ทีมแพทย์ก็มาตรวจพบว่าเจ้าตัวไม่ได้มีอาการป่วยดังกล่าวแต่มีสภาพร่างกายอิดโรยเนื่องจากเล่นเกมกับเพื่อนจนดึกดื่น ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นเดมเบเล่ก็โดนบัลเบร์เด้(กุนซือบาซ่า)หั่นชื่อออกจากทีมไประยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะดาวเตะวัย22ปีจะไม่หราบจำ เมื่อก่อเรื่องในทำนองเดียวกันซ้ำสอง    อุสมาน เดมเบเล่มีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งเหลือเกินนับแต่ย้ายมาร่วมทัพอัลซูนกราน่า(รวมรอบล่าสุดเจ็บหนักมาแล้ว7ครั้ง)ซึ่งก็ทำให้สโมสรไม่อาจใช้งานเค้าได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ซ้ำร้ายยังต้องมาเจอกับพฤติกรรมแย่ๆเหล่านี้อีก ก็ทำให้สื่อแดนกระทิงพร้อมใจกันฟันธงว่าเดมเบเล่จะหมดอนาคตในถิ่นคัมป์นูก่อนวัยอันควร ไม่ว่าจะเป็นการชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ,ไม่ดูแลเรื่องโภชนาการ และชอบเข้าสังคมปาร์ตี้ยามค่ำคืน จนทำให้บาเซโลน่าหมดความอดทน และเป็นไปได้สูงว่าการที่เจ้าบุญทุ่มต้องการดึงตัวเนย์มาร์กลับมาช่วยทีมเป็นคำรบสองนั้นก็เป็นเพราะต้องการให้ดาวเตะแซมบ้ามาแทนที่ปีกจอมแสบรายนี้