แมนยู ยำสิงห์4-0เรดอาร์มี่พร้อมลุ้นแชมป์พรีเมียร์แล้วหรือ?

   ชัยชนะนัดประเดิมสนามของปีศาจแดงเหนือเชลซี4-0นั้นดูเหมือนจะเป็นมากกว่าการเก็บสามคะแนนแรกของฤดูกาล เสียงอื้ออึงในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆว่าพวกเค้าพร้อมแล้วที่จะเป็นอีกหนึ่งผู้ท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็แหม๊การไล่ยำสิงห์บลูได้ตั้งแต่นัดแรกถึง4ตุงเป็นใครมันก็ต้องคึกคักเป็นธรรมดา ทว่าในรายละเอียดปลีกย่อยแล้วพวกเค้าพร้อมแล้วที่จะบดแชมป์กับสเปอร์ส,ลิเวอร์พูลหรือแมนซิตี้จริงหรือ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กัน แมนยู ประเดิมได้ดีก็จริงแล้วไม่ได้เหนือกว่าสิงห์ในทุกด้าน    แม้สกอร์ของเกมจะออกมาห่างชั้นถึง4-0 ทว่าสถิติอื่นๆเมื่อเทียบแล้วลูกทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ดไม่ได้ย่ำแย่จนสู้ไม่ได้ เมื่อเชลซีครองบอลได้ถึง53.8%เหนือกว่าแมนยูที่ได้เพียง46.2% ยังไม่รวมจำนานการยิงเข้ากรอบ,จำนวนครั้งการจ่ายบอล,จำนวนครั้งการจับบอล หรือแม้แต่การเตะมุมบ่งชี้ว่าทีมเยือน(เชลซี)ทำได้ดีกว่าทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าโดยเนื้องานแล้วเชลซีไม่ได้แพ้แมนยูในทุกกระบวนท่าแต่ทว่าความเคี่ยวของผู้เล่นนั่นต่างกัน เนื่องจากโดยกระดูกบอลและความเป็นทีมเวิร์กฝากปีศาจแดงนั่นพวกเค้ามีประสบการณ์มากกว่า เทียบง่ายๆในพื้นที่สุดท้ายของเชลซีเค้าใช้แทมมี่ อับราฮัมหัวหอกจากอะคาเดมี่ในขณะที่แนวรับของผีแดงเป็นแฮรี่ แม็คไกวร์ที่มีประสบการณ์โชกโชนทั้งในระดับทีมชาติและพรีเมียร์ลีก    อีกประการคือมันไม่ใช่วันของทีมเยือน เมื่อแทมมี่ อับราฮัมได้หลุดเดี่ยวไปส่องชนเสาตั้งแต่ต้นเกม เพราะหากลูกนั้นกลายเป็นประตูโฉมหน้าของเกมก็อาจะเปลี่ยนไปเลยก็ว่าได้ แต่ในเมื่อไม่ได้แล้วมาพลาดเสียจุดโทษ ผลลัพธ์เราพลิกกลายเป็นแมนยูเล่นง่ายขึ้นและค่อยๆทะยอยเติมความมั่นใจรอโต้กลับ ที่สำคัญคือประตูที่สองและสี่ของแมนยูมันพกดวงมาล้วนๆ เมื่อลูกหนึ่งมาร์กซิยาลตวัดยิงไม่เต็มเท้าแต่บอลก็ยังลอดขาเกป้า(นายด่านเชลซี)เข้าประตู และอีกเม็ดแดเนี่ยล เจมส์ตวัดยิงติดบล็อกแนวรับเชลซีแต่บอลเป็นใจกลับพุ่งหนีมือเกป้าซุกเสาไกลซะงั้น    นั่นสะท้อนให้เห็นว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกที่พวกเค้าทำได้ดีแต่ยังย่ามใจไม่ได้ รวมไปถึงเส้นทางหลังจากนี้มันอาจไม่ได้เล่นง่ายเหมือนเกมนี้เสมอไป ถ้าฝั่งตรงข้ามมาตั้งรับแล้วรอโต้(ไม่ได้เปิดหน้าแลกแบบเชลซี)หรือถ้าไปเจอเกรดบอลที่ไล่บอลดีเกมรับเหนียว(แมนซิตี้)แมนยูก็ไม่แน่ว่าจะเอาตัวรอดได้เช่นนี้ทุกเกมไป ฉะนั้นยังเร็วไปที่จะดีใจแต่ถ้าผ่านไปซัก10เกมแล้วพวกเค้ายังรั้งท็อปโฟว์ซิถึงตอนนั้นค่อยมาคุยกันว่าผีมีดีพอจะลุ้นแชมป์?

มิลาน จะว่าไง?เมื่อทีมดังจากลีกเอิงกร้าวจะเอาซูโซ่ให้จงได้

   แม้ในยุคนี้เอซีมิลานจะไม่สามารถเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์กัลโช่เซเรียอาได้เหมือนเก่า ทว่าปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่ก็ยังคงเป็นทีมที่มีชื่อชั้นและไม่เคยขาดหายดาวเตะพรสวรรค์ จึงไม่น่าแปลกที่จะมีข่าวว่านักเตะของมิลานได้รับขนมจีบจากทีมชั้นนำในยุโรปอยู่เสมอ และเวลานี้ก็เป็นคิวของซูโซ่กองกลางตัวรุกชาวสเปนที่ได้รับความสนใจจากโอลิมปิค ลียงยอดทีมในฝรั่งเศส แถมข่าววงในก็ยังแอบกระซิบว่ามีโอกาสไม่น้อยเช่นกันที่มิลานจะตอบตกลง ซูโซ่แข็งข้อจามเปาโลอาจเป็นชนวนให้บอร์ด มิลาน ยอมปล่อยตัว   มาร์โก้ จามเปาโลกุนซือคนใหม่ของมิลาน ได้เข้ามาคุมทีมพร้อมกับระบบการเล่นใหม่ นั่นทำให้มีการปรับการยืนตำแหน่งตามมา และจุดนี้เองที่ทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากซูโซไม่ชอบบทบาทการเล่นเป็นเพลเมกเกอร์หรือกองหน้าตัวต่ำนั่นเอง และความบาดหมางนี้อาจทำให้มิลานยอมปล่อยตัวมิดฟิลด์วัย24กะรัตออกจากทีมหากมีข้อเสนอที่น่าสนใจ ซึ่งโอลิมปิคลียงเองก็พร้อมเสนอตัวสอดรับสถานการณ์นี้ด้วยการยื่นเม็ดเงินให้พิจารณาที่35ล้านยูโร    โอลิมปิคลียงจบอันดับสามในตารางลีกเอิงซีซั่นที่ผ่านมา ส่งผลให้พวกเค้าได้สิทธิลงเล่นในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งลียงหวังใช้เงื่อนไขนี้เป็นตัวล่อในการเจรจา “ เมื่อเราปล่อยตัวเฟคีร์ออกไป แน่นอนว่าเราต้องมองหาใครซักคนเข้ามาทดแทน และซูโซก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เราติดตามผลงานเค้ามาซักระยะหนึ่งแล้ว แต่เราไม่อาจพูดอะไรได้มาก บางทีหลังจากเกมนัดเปิดฤดูกาล(ลียงจะบุกไปเยือนอาแอส โมนาโก)มันน่าจะชัดเจนขึ้น เราต้องคอยดูกันต่อไป ”  ฌอง-มิเชล โอลาสผู้บริหารของลียงแสดงจุดยืนในการคว้าตัวซูโซ่    ซูโซ่ก้าวขึ้นมาจากทีมอะคาเดมี่ของลิเวอร์พูล ทว่าไม่อาจลืมตาอ้าปากในพรีเมียร์ลีกได้กระทั่งต้องเก็บข้าวของมาอยู่กับมิลานในปี2014 และนับแต่ย้ายมาสวมยูนิฟอร์มแดงดำ เค้าก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยสถิติการลงสนาม136นัดยิงไป23ประตู ถึงขนาดมีข่าวว่าลิเวอร์พูลเองก็ยังหวังดึงตัวกลับไปช่วยงาน แต่ติดขัดที่เวลานี้กองกลางของเจอร์เกน คล็อปป์ก็มีล้นจนแทบจะเบียดกันตายอยู่แล้ว จึงทำให้เข้าทางลียงที่หวังจะได้ตัวซูโซ่ไปช่วยทีมกับเค้าเช่นกัน