มาดริด อึ้งอาซาร์รับร่างอวบขึ้นช่วงย้ายมาเล่นที่เบอร์นาบิว

    เอแดน อาซาร์ย้ายมาเป็นสมาชิกของรีล มาดริดด้วยค่าตัวกว่า100ล้านยูโร ด้วยความปรารถนาที่ให้แทนที่ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้(ย้ายไปยูเวนตุสก่อนแล้วในปี2018)ทว่าพอเอาเข้าจริงดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมกลับไม่อาจเปล่งรัศมีได้เหมือนเมื่อครั้งเล่นกับเชลซี จนแฟนบอลชุดขาวบางส่วนเริ่มเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าอาซาร์นั้นปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนมากเกินไปซึ่งส่งผลโดยตรงกับฟอร์มการเล่น กระทั่งเจ้าตัวได้ออกมายอมรับแล้วว่ามีน้ำหนักตัวเพิ่มมาขึ้นจริงตอนเซ็นสัญญากับรีล มาดริด     รีล มาดริดพยายามผลักดันอาซาร์อย่างเต็มที่ด้วยการส่งตัวลงเล่นไปแล้ว12นัด(จากทุกรายการ)แต่เจ้าตัวก็ทำผลงานได้เพียงการทำแอสซิสต์4ครั้งและยิงประตูได้เพียงเม็ดเดียวซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน “ น้ำหนักเฉลี่ยของผมอยู่ที่75-77กก. แต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาผมหนักขึ้นไปถึง80กก. มันอาจจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยดูแลเรื่องอาหารการกินในช่วงปรีซีซั่น แต่ตอนนี้ทุกอย่างโอเค ผมกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ” อาซาร์ยืนยันว่าเจ้าตัวดูแลตัวเองอย่างเต็มที่และไม่ได้ปล่อยตัวอย่างที่แฟนบอลกล่าวหา     ในโปรแกรมลาลีก้าเกมล่าสุด เอแดน อาซาร์ก็ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้รีลมาดริด และถึงแม้ว่าทีมจะมีชัยเหนือรีล โซเซียดัด3-1 แต่ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมก็ไม่มีส่วนร่วมกับการทำประตูของทีมอยู่ดี โอบีมิเกลเผยอาซาร์กองกลาง มาดริด เป็นแข้งจอมเกียจคร้านตั้งแต่สมัยอยู่เชลซี     จอห์น โอบี มิเกลได้ออกมาแฉเพื่อนเก่าอย่างเอแดน อาซาร์ว่าเป็นนักเตะที่ขี้เกียจซ้อมตั้งแต่สมัยเคยร่วมงานกันที่เชลชีแล้ว “ เอแด็นสามารถทำได้อยู่อย่างหากเค้ามีบอลอยู่กับตัว แต่เค้าก็เป็นคนที่แทบจะไม่ออกแรงไล่บอลเลย แถมยังเป็นนักเตะประเภทที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นในการซ้อมอีกต่างหาก เค้าจะซ้อมเท่าที่จำเป็น เหมือนถนอมแรงเอาไว้ยามลงสนามจริงมากกว่า ”       กระนั้นมิดฟิลด์ชาวไนจีเรียก็ยังยืนยันว่าอาซาร์ที่เหยาะแหยะในการซ้อมแต่ก็มักจะทำผลงานได้ดีเมื่อได้รับโอกาสลงเล่นทุกครั้งไป “ ผมไม่กล้าเรียกสิ่งนี้ว่า “ขี้เกียจซ้อม” มันเหมือนเค้ารู้อยู่แล้วว่าเค้าทำอะไรได้บ้าง เค้าจึงไม่คิดว่ามันต้องทำซ้ำๆมากมาย มันอาจจะเป็นทัศนคติของนักเตะระดับอัจฉริยะ เพราะถึงเค้าจะไม่ได้ซ้อมหนักแบบใส่เต็มร้อย แต่พอลงเล่นจริงอาซาร์ก็สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อยู่เสมอ จนบ่อยครั้งเค้ากลายเป็นแมนออฟเดอะแม็ตซ์ด้วยซ้ำ มันเป็นอะไรที่อธิบายยาก แต่ผมเห็นภาพนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าสมัยอยู่กับเชลซี […]

ลัลลาน่า กำลังจะหมดสัญญาปารีสหวังเซ็นฟรีเเบบไร้ค่าตัว

    ที่ผ่านมาปารีส แซงต์ แชร์กแมงขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ “แพงไม่ว่าข้าพร้อมซื้อ!” ทว่าล่าสุดมีข่าวว่าแชมป์เก่าลีกน้ำหอมอาจลองเปลี่ยนสไตล์หวังทำสัญญากับนักเตะแบบเซ็นฟรีดูบ้าง โดยเล็งเป้าไปที่ อดัมส์ ลัลลาน่า มิดฟิลด์ตัวอะไหล่ของลิเวอร์พูล     อดัมส์ ลัลลาน่ากำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดในอีกไม่เกิน8เดือนข้างหน้า(จบซีซั่นนี้) แม้ว่าจะไม่ค่อยได้มีโอกาสลงโชว์ฝีเท้ามากนักตลอดสองปีหลัง ทว่าเปเอสเชก็ยังเชื่อมั่นว่ากองกลางวัย31ปียังมีดีพอที่จะช่วยงานพวกเค้าได้ จึงยินดีที่จะมอบค่าเหนื่อยกว่าสัปดาห์ละ100,000ปอนด์ให้กับลัลลาน่าพิจารณา(รับค่าเหนื่อยปัจจุบันอยู่ที่65,000ปอนด์ต่อสัปดาห์)      หากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเดินหน้าเจรจาอย่างจริงจังก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ลัลลาน่าจะยอมตกลงด้วย เนื่องจากข้อเสนออื่นๆที่ดาวเตะเลือดผู้ดีมีให้เลือกในมือนั้นก็เป็นเพียงสโมสรจากไชนีส ซุปเปอร์ลีก(จีน) หรือเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์(สหรัฐอเมริกา)เท่านั้น ซึ่งทั้งสองลีกถือว่ายังมีมาตรฐานการเล่นเป็นรองลีกเอิงอยู่มาก ลัลลาน่า ขอชูถ้วยพรีเมียร์ก่อนปัดย้ายปีใหม่ขอย้ายฟรีจบซีซั่น       ลิเวอร์พูลเองแสดงท่าทีพร้อมปล่อยตัวอดัมส์ ลัลลาน่ามาตลอด เนื่องจากเจ้าตัวมีสถานะเป็นตัวสำรองและเพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในซีซั่นใหม่เพียง3นัดเท่านั้น ทว่าตัวนักเตะเองอาจขอปักหลักอยู่กับทีมต่อไปจนครบสัญญาเนื่องจาก เจอร์เกน คล็อปป์(กุนซือลิเวอร์พูล)ก็ยืนยันว่าลัลลาน่ายังคงอยู่ในแผนการทำทีม แล้วหากเจ้าตัวยอมอยู่ช่วยลิเวอร์พูลต่อไปก็พร้อมที่จะเรียกใช้งานตามโอกาส นั่นเป็นโอกาสทองที่อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษจะได้สัมผัสถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก(ลิเวอร์พูลนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก)ซักครั้งก่อนหมดสัญญาในถิ่นแอนด์ฟิล       อดัมส์ ลัลลาน่าลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมาแล้วกว่า164นัดยิงได้22ประตูพร้อมทำทางให้เพื่อนอีก21แอสซิสต์ ทั้งยังเป็นกองกลางที่สามารถลงเล่นได้อย่างหลากหลาย(ตัวริมเส้น,มิดฟิลด์ตัวกลาง)และเป็นกำลังหลักให้กับเจอร์เกน คล็อปป์มาหลายปี ทว่าเมื่ออายุอานามมากขึ้นเจ้าตัวกลับประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งจนกลายเป็นมีปัญหาด้านความฟิตนำพาให้ลัลลาน่าหลุดไปเป็นตัวสำรองในช่วง2ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อยามถูกเรียกใช้งานเจ้าตัวก็แสดงให้เห็นอยู่บ่อยครั้งว่ายังพึ่งพาได้ โดยไฮไลต์สำคัญของซีซั่นนี้คือการเปลี่ยนตัวลงมายิงประตูตีเสมอในศึกแดงเดือด(เสมอแมนยูฯ1-1)นั่นเอง     

แวรัตติ ประกาศกร้าวเปเอสเชคือโครตทีมที่แกร่งสุดของยุโรป

    ปารีส แซงต์ แชร์กแมงปัจจุบันนำเป็นจ่าฝูงทั้งในลีกเอิง และศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(กลุ่มA) นั่นทำให้มาร์โก้ แวรัตติมิดฟิลด์พันธุ์ดุได้ออกมายืนยันอย่างมั่นใจว่าต้นสังกัดของเค้านี่ละคือทีมที่มีความแข็งแกร่งที่สุดของยุโรปหลังเอาชนะในการลงเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการชนะ4เกมรวด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเอาชนะยอดทีมอย่างรีล มาดริดไปอย่างขาดลอย5-0     “ ในยูซีแอลนั้นเต็มไปด้วยทีมชั้นนำ แต่พวกเราก็ชนะรวด มันเป็นผลจากการที่เรามีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง แม้กระทั่งรีล มาดริดก็ยังพ่ายแพ้ให้กับเรา ผมคิดว่าเปเอสเชไม่ต้องกลัวใครอีกแล้ว เราสามารถได้ผลการแข่งขันตามต้องการหากเราอยู่ในฟอร์ม และตอนนี้มันก็กำลังเป็นยังงั้น ทีมของเรากำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ ”      “ ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล และพวกเราก็ติดเครื่องแล้ว ผลงานทั้งในลีกและยูซีแอลกำลังไปได้สวย ผมยังมองไม่เห็นเลยว่าทีมไหนจะหยุดเราได้ เป้าหมายของเราไม่เคยเปลี่ยนนั่นคือคว้าถ้วยมันให้หมดในทุกรายการ แล้วปีนี้เราจะได้เห็นกันเปเอสเชจะทำได้ดีแค่ไหน ” มิดฟิลด์วัย27ปีกล่าวอย่างมั่นใจ แวรัตติ ยันไม่คิดย้ายเพราะไม่มีทีมไหนเจ๋งกว่าปารีสอีกแล้ว     มาร์โก้ แวรัตติย้ายมาอยู่กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงตั้งแต่ปี2012 แล้วก็เป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอดจนทำให้มีสถิติลงเล่นไปแล้วถึง282นัดจากทุกรายการ พร้อมกับความแชมป์ในแดนน้ำหอมมาแล้วทุกรายการ “ ผมเลือกต่อสัญญากับเปเอสเช เพราะผมมองไม่เห็นเลยว่าตัวเลือกที่ดีกว่าพวกเค้าคือใคร จะมีทีมไหนที่มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งพร้อมเล่นฟุตบอลอย่างทรงพลังขนาดนี้ ผมอยู่ในจุดที่นักเตะหลายคนใฝ่ฝันแล้ว บางคนบอกว่าเรายังไม่เคยคว้าถ้วยยูซีแอลเรายังไม่เจ๋งสุด คุณดูรายชื่อนักเตะในทีมของเปเอสเชแล้ว คุณยังเถียงละก็ คุณต้องบ้าแน่ๆ ” แวรัตติยืนยัน     ด้วยความขยันและฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมก็ทำให้มาร์โก้ แวรัตติได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำของยุโรปมาโดยตลอด ทว่าในที่สุดมิดฟิลด์ชาวอิตาเลี่ยนก็เลือกที่จะต่อสัญญากับปารีส […]

โชเซ่ อวยลิเวอร์พูลฟอร์มดีกว่าเรือชัดเจนหาได้ชนะเพราะวีเออาร์

    หลังจากความปราชัยของแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่แอนด์ฟิลเมื่อคืนวาน ตามมาด้วยการถกเถียงเรื่องจังหวะที่เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์มือไปโดนบอลแต่กรรมการปล่อยให้เล่นต่อจนนำไปสู่ประตูออกนำของหงส์แดง ในขณะที่ประตูที่สามที่ซาล่าทำได้ก็ดูเหมือนว่าแท้จริงดาวยิงอียิปต์จะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จนบางคนมองว่าลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มได้เพราะข้อผิดพลาดของเทคโนโลยีวีเออาร์ ซึ่งโชเซ่ มูรินโญ่กลับมีความเห็นที่แตกต่างออกไป     โชเซ่ มูรินโญ่อดีตนายใหญ่แมนยูฯออกมาแสดงทัศนะว่าผลการแข่งขันที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนซิตี้ไป3-1เป็นไปตามเนื้อผ้าและไม่ควรเอาเทคโนโลยีวีเออาร์มาเป็นข้ออ้างแต่อย่างใด“ มันเป็นแม็ตซ์ที่น่าประทับใจทั้งสองทีมแลกหมัดกันอย่างสนุก ผลการแข่งขันก็เป็นไปตามเนื้อผ้า เจอร์เกน คล็อปป์ทำให้ลิเวอร์พูลเล่นได้แข็งแกร่งอย่างมาก ทีมที่จะเอาชนะพวกเค้าได้ต้องวางแผนมาเป็นอย่างดี ซิตี้บุกมาเปิดเกมบุกที่แอนด์ฟิลมันยิ่งเข้าทางไปใหญ่ ผมไม่คิดว่าวีเออาร์จะเปลี่ยนแปลงอะไร ในเมื่อผลงานในสนามก็ชัดเจนว่าลิเวอร์พูลเหนือกว่าในแง่ความมั่นใจ เราไม่ควรเอาวีเออาร์มาทำลายเครดิตของแม็ตซ์การแข่งขันระดับคุณภาพอย่างเกมนี้” โชเซ่ หยันเป๊ปมองข้ามเกมรับเป็นเหตุให้พ่ายหงส์อย่างน่าอนาจ      โชเซ่ มูรินโญ่ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือมือฉมังในการเล่นเกมรับ และเค้ามองไม่เห็นรายละเอียดในเกมรับของแมนซิตี้ในเกมดังกล่าวเลย “ เป๊ปไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตั้งรับเลย นั่นทำให้พวกเค้าโดนลงโทษ เกมรุกของลิเวอร์พูลสามารถสร้างรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย กองหลังซิตี้ไม่ปิดพื้นที่ด้านหลังให้มิดชิดพอ  ”    “ สองประตูในครึ่งแรกลูกนึงมาจากช่องระหว่างจอห์น สโตน กับไคล์ ว๊อคเกอร์ ส่วนอีกลูกมาจากช่องว่างระหว่างแฟร์นันดินโญ่กับอังเคลินโญ่ ซิตี้มีช่องโหว่เล็กที่หากเป็นการเล่นกับทีมอื่นอาจไม่เป็นไร แต่เมื่อคู่ต่อสู้เป็นบอลมั่นใจอย่างลิเวอร์พูลมันกลายเป็นของหวานเลยละ ”    กระนั้นเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสก็ยอมรับว่าหากวางแผนให้รัดกุมกว่านี้ก็ไม่แน่ว่าซิตี้จะรอดพ้นความพ่ายแพ้ไปได้ “ ผมเองก็เคยพายูไนเต็ดมาแพ้ที่นี่(ก่อนจะโดนปลด)ขนาดว่าผมพยายามกำชับให้แนวรับรักษาช่องว่างระหว่างกันและกันให้มากแล้วก็ตาม ซึ่งลิเวอร์พูลในเวลานี้มั่นใจกว่าตอนนั้นมาก มันเป็นการยากแน่นอนที่จะรักษาวินัยเกมรับไม่ให้โดนพวกเค้าเล่นงาน แต่คุณก็ต้องพยายามทำให้ดี ซึ่งซิตี้ไม่ได้ใส่ใจกับมันเลย ”

ชิรูด์ เบื่อสำรองอาจลาสิงห์โดยมีทีมผู้ดี,น้ำหอมรอเซ็นเพียบ

   ด้วยความที่แฟรงค์ แลมพาดเทใจไปคบหากับเด็กปั้นจากทีมเยาวชนก็ทำให้ซีซั่นนี้เชลซีกลายเป็นทีมพลังหนุ่มทั้งยังส่งผลให้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์กลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยาย และมีความเป็นไปได้สูงที่หัวหอกชาวฝรั่งเศสอาจต้องคิดหาสโมสรใหม่ในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า เนื่องจากตัวชิรูด์เองก็ต้องการโอกาสลงสนามเพื่อโอกาสที่จะติดทัพตราไก่ไปลุยศึกชิงแชมป์ยุโรปในปีหน้านั่นเอง     เวลานี้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์เป็นตัวเลือกอันดับท้ายสุดรองจากมิตชี่ บาตชูอายี่ และแทมมี่ อับบราฮัม จนทำให้เพิ่งได้ลงเล่นให้เชลซีไปเพียง6นัดเท่านั้น(รวมทุกรายการ) โดยทางเชลซีเองก็ดูท่าจะไม่มีปัญหาในกรณีย้ายออกเพราะชิรูด์ที่กำลงจะหมดสัญญาในอีกราว8เดือนข้างหน้าคงไม่ได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่อย่างแน่นอน ทั้งนี้สื่อในอังกฤษต่างลิสต์รายชื่อสโมสรที่พร้อมจะอ้าแขนรับกองหน้าวัย33กะรัตไปใช้งานต่อแล้ว ว่ามีทั้งเวสต์แฮม,คริสตัล พาเลซ และโอลิมปิค ลียง โดยเชื่อว่าชิรูด์น่าจะตัดสินใจย้ายทีมในช่วงปีใหม่นี้เพื่อให้ได้มีโอกาสแสดงผลงานในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และอาจทำให้ดิริเย่ร์ เดช็องร์กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสเรียกติดทีมชาติอีกครั้งนั่นเอง แลมพาดยอมรับหมางเมิน ชิรูด์ ชี้เป็นเรื่องยากที่ทุกคนจะได้เล่น     ด้านแฟรงค์ แลมพาดกุนซือเชลซีเองก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกผิดเบาๆที่มีต่อลูกทีมรายนี้ “ เรามีเกมให้เล่นมากมาย งานผมคือการบริหารจัดการทุกองค์ประกอบ แน่นอนว่าชิรูด์อาจไม่ได้ลงเล่นมากนัก เค้าเป็นนักเตะที่ดี มีความเป็นมืออาชีพ การไม่ได้ลงเล่นอาจทำให้เค้าผิดหวังแต่เค้าก็ไม่เคยแสดงอาการใดๆออกมาเลย เค้ามีสิทธิที่จะตำหนิผมแบบเต็มๆแต่มันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่ผมจะทำให้ทุกคนแฮปปี้ในเมื่อเกมฟุตบอลเลือกผู้เล่นออกสตาร์ทได้เพียง11คนเท่านั้น ”     “ ผมอยากให้เค้าอยู่ต่อ ประสบการณ์ของชิรูด์ยังสามารถสร้างความแตกต่างให้เราได้ แต่เราก็ไม่ปิดกั้นโอกาสของเค้า ผมเข้าใจสถานการณ์ของเค้าอย่างแท้จริง และถ้าเป็นไปได้เชลซีก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเค้าอย่างเต็มที่ ” แลมพาดชี้แจง โดยมีความเป็นไปได้สูงที่เชลซีจะตกลงปล่อยตัวชิรูด์ก่อนจบฤดูกาลแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งน่าจะทำให้เค้าได้ย้ายไปเล่นกับทีมใหม่ในช่วงเดือนมกราคม และตัวเต็งที่จะได้ตัวเค้าไปมากที่สุดก็เห็นจะหนีไม่พ้นโอลิมปิค ลียงนั่นเอง

เวสต์แฮม เหนื่อยใจวิลเชียร์เจ็บโคขาชวดบู๊นิวคาสเซิลแน่นอน

   มานูเอล เปเยกรินี่นายใหญ่เวสต์แฮมได้ออกมาอัพเดตว่าพวกเค้าจะยังไม่มีชื่อแจ๊ค วิลเชียร์ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน หลังจากที่อดีตจอมทัพปืนใหญ่ได้รับบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบไปตั้งแต่ก่อนเกมที่แล้ว(เปิดบ้านเสมอเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด1-1)โดยเทรนเนอร์ชาวชิลีได้เปิดเผยว่าอาการบาดเจ็บของวิลเชียร์ไม่ได้หนักหนาอะไรเพียงแต่ไม่อยากเร่งนักเตะมากนักเนื่องจากกลัวจะได้รับบาดเจ็บซ้ำสองนั่นเอง     “ แจ๊คยังไม่พร้อมเค้ามีปัญหาเล็กน้อย เค้ายังไม่ฟิตเต็มร้อย ภายหลังจากปรึกษากับทีมแพทย์แล้วเราสรุปกันว่าจะไม่ใส่ชื่อเค้าในสุดสัปดาห์นี้เนื่องจากต้องการให้นักเตะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่เสียก่อน ” เปเยกรินี่เทรนเนอร์ชาวชิลีแถลง     นับตั้งแต่แจ๊ค วิลเชียร์ย้ายแบบไม่มีค่าตัวมาอยู่กับขุนค้อนเมื่อปี2018 เจ้าตัวก็ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนมาโดยตลอดทำให้เจ้าตัวเพิ่งจะลงเล่นให้เวสต์แฮมไปได้เพียง16นัดเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดเพราะก่อนหน้านี้อาร์เซนอลทีมที่ฝูมฝักวิลเชียร์มาตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลก็ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับนักเตะรายนี้ เพราะไม่มั่นใจเรื่องสภาพร่างกายเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิลเชียร์ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เสมอจนทำให้เจ้าตัวไม่มีโอกาสเล่นฟุตบอลได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยเป็นแข้งพรสวรรค์ที่ทีมอย่างบาเซโลน่า และเอซี มิลานต่างต้องการตัวมาแล้ว เปเยกรินี่ดันแจ๊คแต่บอร์ด เวสต์แฮม ไม่ปลื้มที่เสียค่าเหนื่อยเปล่า     รายงานระบุว่าแจ๊ค วิลเชียร์แม้จะเป็นที่รักของแฟนบอลเนื่องจากมีความกระตือลือล้นยามลงเล่น บวกกับคาแรกเตอร์การเป็นนักเตะสไตล์วิ่งสู้ฟัด ทว่าในสายตาของบอร์ดบริหารของเวสต์แฮมแล้วผู้บริหารเหล่านี้ไม่ค่อยชอบใจกับการลาป่วยบ่อยๆของวิลเชียร์ เนื่องจากพวกเค้ามองว่านักเตะมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมจะช่วยทีมอีกต่อไป แต่พวกเค้าต้องแบกภาระจ่ายค่าจ้างในระดับหนึ่งแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ต่อไปเรื่อยๆ จนมีแนวโน้มว่าเจ้าของเสื้อหมายเลข19รายนี้อาจไม่ได้รับการต่อสัญญา(หมดสัญญามิ.ย.2021)     ถึงกระนั้น มานูเอล เปเยกรินี่ ก็ยังคงเป็นคนหนึ่งที่ให้การหนุนหลังวิลเชียร์มาโดยตลอด จนถึงขนาดจ้างทีมกายภาพบำบัดมือทองจากไอร์แลนด์มาคอยกำกับคอร์สการออกกำลังกายแบบเฉพาะตัวให้กับนักเตะกระดูกยุงรายนี้ พร้อมทั้งพยายามส่งวิลเชียร์ลงสนามให้มีส่วนร่วมกับทีมอยู่เป็นระยะ(แม้จะไม่ค่อยได้เล่นแบบเต็มเกม) โดยหวังว่าวิลเชียร์จะกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เพราะขนาดเป๊ป กวาร์ดิโอล่ายังเคยออกมายกย่องวิลเชียร์นั้นเป็นนักเตะชั้นยอดชนิดที่หาตัวจับยากคนหนึ่งของยุโรป(ถ้าไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน)เลยทีเดียว

เนวิลล์ มาแปลกยอร็อดเจอร์สทั้งที่เคยคุมลิเวอร์พูลว่ายอดกุนซือ

   แกรี่ เนวิลล์ ผู้ซึ่งยืนยันว่าเป็นอริราชศัตรูกับลิเวอร์พูลมาตลอดเกิดนึกอะไรขึ้นมาก็ไม่ทราบ เมื่ออยู่ดีๆกลับลุกขึ้นมาเชิดชูเบรนดอน ร็อดเจอร์สเสียดื้อๆ ซ้ำยังออกหน้าทวงถามเครดิตให้กับอดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลอีกต่างหากเนื่องจากร็อดเจอร์สที่เคยทำผลงานได้ดีกับทั้งเลสเตอร์ และกลาสโกว์ เซลติกแต่กลับไม่ได้มีข่าวว่าจะได้คุมทีมใหญ่กับเค้าเลย    เบรนดอน ร็อดเจอร์สเพิ่งจะพาเลสเตอร์เอาชนะเซาร์แธมป์ตันไปถึง9-0 นำพาให้แกรี่ เนวิลล์ต้องออกมาชื่นชม “ ผลงานของเลสเตอร์แสดงให้เห็นแล้วว่าร็อดเจอร์สนั้นเป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมือ เค้าน่าจะได้รับการยอมรับมากกว่านี้ บางคนตั้งแง่ว่าเค้ายังไม่เคยได้ถ้วยแชมป์ในประเทศอังกฤษเลย แต่ในทางกลับกันเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ก็ยังไม่เคยได้ถ้วยเหมือนกันแต่กลับมีข่าวว่าได้รับความสนใจจากรีล มาดริด ผมว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ” แกรี่ เนวิลล์ผู้ซึ่งเคยเล่นในตำแหน่งแบ๊คขวาให้แมนยูฯทวงถาม เนวิลล์ เชียร์ร็อดเจอร์สพาจิ้งจอกจบท็อปโฟว์เพื่อประกาศศักดา      โดยก่อนหน้านี้เบรนดอน ร็อดเจอร์สก็เคยพาเซลติกคว้าแชมป์สก็อตติสลีกมาแล้วสองสมัยในปี2016/17 และ2017/18 ก่อนจะถูกเลสเตอร์ ซิตี้จ่ายเงิน6ล้านปอนด์ให้กับทีมม้าลายเขียวขาวเพื่อดึงตัวเทรนเนอร์ชาวไอริสมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์(2019)ที่ผ่านมา โดยทำให้ซีซั่นนี้เลสเตอร์ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นทีมในระดับหัวตารางของพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง ซึ่งแกรี่ เนวิลล์ก็ได้ออกโรงติงแฟนบอลเมืองผู้ดีที่มักมองว่าการคว้าแชมป์ลีกขี้เมา(สก๊อตติสลีก)ไม่ค่อยมีราศรีเท่าไหร่นัก “ แฟนบอลอังกฤษมีความเป็นชาตินิยม พวกเค้าจึงไม่ค่อยให้การยอมรับร็อดเจอร์สที่พาเซลติกคว้าแชมป์ถึงสองสมัย แต่กลับไปชื่นชมโปรเชตติโน่ที่พาสเปอร์สเข้างชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า ทั้งที่ลีกสก็อตแลนด์ก็มีมาตรฐานการเล่นที่ดีขึ้นมาก ”    ปัจจุบันเลสเตอร์ ซิตี้ภายใต้การทำทีมของชูเบรนดอน ร็อดเจอร์สรั้งอยู่ในอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก และแกรี่ เนวิลล์ก็เชียร์อย่างออกนอกหน้าที่จะให้จิ้งจอกสยามจบฤดูกาลด้วยการติดอันดับท๊อปโฟว์ให้ได้ “ ผมเอาใจช่วยให้ร็อดเจอร์สพาเลสเตอร์กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้นะ ถึงตอนนั้นเลสเตอร์คงต้องรีบต่อสัญญากับเค้าเลยละ เพราะร็อดเจอร์สอาจได้รับข้อเสนอจากที่อื่นเยอะขึ้นแน่นอน ” เนวิลล์ทำนายล่วงหน้า

เนย์มาร์ อ่อยอยู่ช่วยปารีสกวาดถ้วยให้มากที่สุดเท่าที่เป็นได้

    หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บจากการรับใช้ทีมชาติบราซิลของเนย์มาร์ก็ทำให้เจ้าตัวต้องหลุดจากตำแหน่งตัวจริงในทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงอีกครั้ง จนทำให้เนย์มาร์อาจเป็นกังวลว่าหากกลับมาฟิตสมบูรณ์แล้วจะยังได้รับโอกาสอยู่ในทีมต่อไปหรือไม่ จนต้องออกมาแสดงเจตนารมย์ผ่านนักข่าวฟุตบอลเพื่อยืนยันว่าจะทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อนำพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ในทุกรายการที่ลงแข่งขันให้จงได้     “ ถ้าไม่นับที่ผมต้องรักษาอาการเจ็บ ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ทีมกำลังฟอร์มดี และผมก็ทำประตูได้ต่อเนื่อง เปเอสเชมีลุ้นแชมป์ในทุกรายการอยู่แล้ว เป้าหมายของผมคือคว้ามันให้หมดทุกแชมป์ โดยเฉพาะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ผมหวังว่าผมจะกลับมาพร้อมลงสนามในไม่ช้า ผมอยากมีส่วนร่วมกับทีมเพื่อทำผลงาน ผมติดค้างแฟนบอลที่นี่(ปารีส แซงต์ แชร์กแมง) ฉะนั้นผมอยากมั่นใจว่าพวกเค้าจะได้เฉลิมฉลองกันในตอนจบฤดูกาล ” เนย์มาร์ในวัย27ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น เนย์มาร์ รับพลาดใจที่คิดย้ายในช่วงปรีซีซั่นแต่กลับใจแล้ว    เมื่อช่วงต้นฤดูกาลเปเอสเชได้ตัดขาดเนย์มาร์ออกจากทีมชุดใหญ่หลังจากที่เจ้าตัวงัดข้อกับสโมสรด้วยการประกาศว่าจะไม่ขอลงสนามอีกแล้วเพื่อหวังจะบีบให้ขายเจ้าตัวออกไปให้กับบาเซโลน่า ทว่าสุดท้ายแล้วเกมพลิกเมื่อบาซ่าไม่สู้ตามราคาที่เปเอสเชร้องขอจนทำให้เนย์มาร์ยังคงมีสถานะเป็นผู้เล่นของปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไป “ ชีวิตนักฟุตบอลกับการย้ายทีมเป็นเรื่องคู่กัน ผมก็เหมือนนักเตะคนอื่นๆที่มีความตั้งที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเมื่อช่วงต้นฤดูกาล มันไม่ใช่ว่าที่สโมสรไหนดีกว่ากัน บางครั้งมันเป็นเรื่องของความจำเจ ผมแค่อยากมองหาอะไรใหม่ๆเพื่อจุดประกายอะไรใหม่ๆในอาชีพนักฟุตบอลของผมก็เท่านั้น ” เนย์มาร์แจกแจง     อย่างไรเนย์มาร์ได้ประกาศชัดเจนว่าเวลานี้เค้าได้กลับตัวกลับใจแล้วเพื่อที่จะภักดีต่อปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไป “ แต่ในที่สุดผมก็อยู่กับทีมต่อ ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ละ ในเมื่อผมยังมีสัญญากับทีม หน้าที่ผมคือการลงไปคว้าชัยชนะให้ทีม มันจะเป็นอย่างนั้นต่อไป ” สตาร์บราซิลให้ความเชื่อมั่นกับแฟนบอลเปเอสเช อย่างไรก็ตามด้วยเรื่องราวการร้องขอย้ายทีมของเนย์มาร์ก็ทำให้มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เปิดใจให้กับเค้า จนถึงขนาดมีการพ่นสเปรย์ตามท้องถนนด้วยข้อความก่นด่าและผลักไสให้เนยร์มาร์ย้ายออกจากทีมไปซะ จึงไม่แน่ชัดเหมือนกันว่าเมื่อเนย์มาร์บอกว่าแฮปปี้กับทีมแล้วแฟนบอลจะแฮปปี้กับเนย์มาร์หรือเปล่า?

เปเอสเช ขาดใจ!เนย์มาร์ได้อาการเจ็บจากทีมชาติอดช่วยทีมร่วมเดือน

   โชคชะตาช่างโหดร้ายกับเนย์มาร์เสียจริงๆทั้งทีเจ้าตัวกำลังเค้นฟอร์มเก่งเพื่อกอบกู้ศรัทธาจากแฟนบอลเปเอสเช หลังจากที่กดไป4ประตูจาก5เกมหลังสุดที่ลงเล่น ทว่าสุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บระหว่างทำภารกิจทีมชาติจนส่อแววว่าจะอดลงเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงอย่างน้อยราวหนึ่งเดือนเศษ    ในระหว่างเกมที่บราซิลอุ่นเครื่องกับไนจีเรียนั้นเนย์มาร์ได้ประสบปัญหาบาดเจ็บตั้งแต่10นาทีแรกจนต้องเปลี่ยนฟิลิปเป้ คูตินโญ่ลงมาเล่นแทน โดยภายหลังทีมแพทย์ของปารีสได้ทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้วก็พบว่าดาวยิงวัย27ปีมีอาการกล้ามเนื้อต้นขาฉีกขาด และคาดว่าต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาอย่างน้อย4สัปดาห์ ซึ่งนับว่าเป็นอาการบาดเจ็บระลอกสองแล้วของเนย์มาร์หลังจากช่วงต้นฤดูกาลเจ้าตัวก็เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนพลาดการลงเล่นในช่วงต้นฤดูกาล ทั้งยังเป็นข่าวร้ายสำหรับโธมัส ทูเคิลบอสใหญ่ของปารีส แซงต์ แชร์กแมงเพราะในเวลานี้ทั้งจูเลี่ยน แดร็กเลอร์ และคิลิยาน เอ็มปั๊ปเป้ต่างก็ยังไม่พร้อมลงสนามกันทั้งคู่ ซึ่งนั่นจะทำให้ทีมแชมป์เก่าลีกเอิงประสบปัญหาในเกมรุกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เกย์กลัวน้อยหน้าเพื่อนเจ็บต้นขาด้วยคนอดช่วย เปเอสเช ราว10วัน    นอกจากปารีส แซงต์ แชร์กแม่งจะประสบปัญหาตัวเลือกในแดนหน้าแล้ว เกมแดนกลางของพวกเค้าก็อาจต้องพลอยรับผลกระทบไปด้วยเมื่อมีรายงานเพิ่มเติมแจ้งมาว่ามิดฟิลด์ตัวนำโชคอย่างอิดริสซ่า เกย์ก็ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาและพลาดลงสนามประมาณ10วัน ประเด็นที่น่าสนใจจากข่าวร้ายนี้ก็คือ ซีซั่นนี้เปเอสเชแพ้ไปแล้ว2เกมจากการลงเล่น9นัด ซึ่งปรากฎว่า7เกมที่พวกเค้ามีอิดริสซ่า เกย์ในสนามพวกเค้าเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด     การที่ประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บกันหลายต่อหลายคนของปารีส แซงต์ แชร์กแมงในซีซั่นนี้ทำให้โธมัส ทูเคิลเริ่มเป็นกังวลเพราะหากเทียบกับซีซั่นที่แล้วๆมาถือว่าพวกเค้าฟอร์มสะดุดเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากลีกเอิงเพิ่งจะเปิดฤดูกาลมาได้ไม่ครบสามเดือนเลยแต่พวกเค้าปราชัยไปแล้วถึงสองเกม โดยอีกปัจจัยที่ส่งผลกับทีมแชมป์เก่าลีกน้ำหอมโดยตรงนั่นก็คือสถานการณ์ความยุ่งเหยิงที่เนย์มาร์งัดข้อกับสโมสรเพื่อต้องการย้ายทีมในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งความบาดหมางนี้ทำให้สปริริตในห้องแต่งตัวของเปเอสเชเริ่มไม่เหนียวแน่นเหมือนเดิม จนทำให้ภารกิจการป้องกันแชมป์ลีกเอิงเป็นสมัยที่สามติดต่อกันของพวกเค้ากลายเป็นเรื่องยากขึ้นไปโดยปริยาย

เอลกลาซิโก้ ไม่ขลังเเละดุเดือดเหมือนเก่าเมื่อชุดขาวไร้โรนัลโด้

   ถึงอันดับในตารางลาลีก้าบาเซโลน่าจะเป็นรองรีลมาดริดเนื่องจากตามหลังทีมราชันย์ชุดขาว(จ่าฝูง)อยู่สองคะแนน แต่ลีโอแนล เมสซี่กลับรู้สึกว่าการขับเคี่ยวกันระหว่างทั้งสองสโมสรนั้นขาดสีสันไปมากนับตั้งแต่รีล มาดริดตัดสินใจปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมในปี2018 พร้อมกับยอมรับว่ายามที่ทีมชุดขาวมีดาวเตะชาวโปรตุเกสในสนามบรรยากาศในการสนามจะดุเดือดกว่าปกติเสมอ     “ ที่จริงผมไม่ควรพูดถึงสโมสรอื่น แต่ผมบอกตรงๆว่าการเล่นเกมกลาซิโก้โดยที่ไม่ได้ดวลกับโรนัลโด้มันเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง ทั้งสองสโมสรมีประวัติศาสตร์การแย่งชิงความยิ่งใหญ่กันมาตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่มาดริดมีโรนัลโด้ พวกเค้ามักมีแรงกระตุ้นที่ยอดเยี่ยม มันเป็นเกมที่ยากเสมอที่เราต้องดวลกัน แม้ว่าระหว่างเกมเราจะมุ่งมั่นที่เอาชนะกันราวกับว่าเราเป็นศัตรู แค่จริงๆแล้วมันเป็นไปตามแนวทางของฟุตบอลเท่านั้น ที่จริงแล้วผมอยากยังอยากดวลกับเค้าในกลาซิโก้ต่อไปนะ ”      “ รีล มาดริดไม่มีโรนัลโด้แล้วก็จริงแต่เค้าก็ยังคู่แข่งในการลุ้นแชมป์โดยตรง พวกเค้ายังมีนักเตะชั้นดีอีกมาก เราให้เกียรติพวกเค้าเสมอแต่บาซ่าก็มีแนวทางของตัวเอง เรากำลังรอคอยเกมกลาซิโก้ครั้งต่อไปมันคงเป็นเกมฟุตบอลที่ดีสำหรับแฟนบอลของเราทั้งคู่ ” ลีโอแนล เมสซี่ลงความเห็น เกม เอลกลาซิโก้ บาซ่ากำชัยตลอดนับตั้งแต่รีลมาดริดไร้เงาคริสเตียโน่โรนัลโด้     คริสเตียโน่ โรนัลโด้ตัดสินใจอำลารีล มาดริดเข้าสู่ร่มเงาของยูเวนตุสเมื่อซัมเมอร์ปี2018 ซึ่งนับจากนั้นผลงานในสนามของทีมราขันย์ชุดขาวก็ไม่แจ่มจรัสเหมือนเดิม และสถิติในเกมเอลกลาซิโก้ที่ดำเนินไปโดยไร้ดาวยิงชาวโปรตุเกสก็ปรากฏว่ารีล มาดริดต้องประสบกับความปราชัยถึงสองครั้งสองครา อันได้แก่ การบุกไปแพ้บาซ่า1-5ที่คัมป์ นู และการเปิดเบอร์นาบิวพ่ายบาซ่าอีก0-1 ซึ่งจุดนี้เองที่อาจทำให้เมสซี่มองว่าทีมคู่ปรับตลอดกาลไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวอีกแล้ว     รีล มาดริดต้องประสบปัญหาเรื่องผลงานในสนามนับตั้งแต่การขายโรนัลโด้ออกไป พวกเค้า(รีล มาดริด)ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมถึงสามคนเมื่อซีซั่นที่แล้ว ไล่เรียงตั้งแต่ยูเลน โลเปเตกรี,ซานติดาโก้ โซลารี่ และซีนาดีน ซีดาน และถึงแม้ว่าผลงานในลาลีก้าจะทำได้ดีจนนำเป็นจ่าฝูงของตาราง […]