โชเซ่ อวยลิเวอร์พูลฟอร์มดีกว่าเรือชัดเจนหาได้ชนะเพราะวีเออาร์

    หลังจากความปราชัยของแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่แอนด์ฟิลเมื่อคืนวาน ตามมาด้วยการถกเถียงเรื่องจังหวะที่เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์มือไปโดนบอลแต่กรรมการปล่อยให้เล่นต่อจนนำไปสู่ประตูออกนำของหงส์แดง ในขณะที่ประตูที่สามที่ซาล่าทำได้ก็ดูเหมือนว่าแท้จริงดาวยิงอียิปต์จะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จนบางคนมองว่าลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มได้เพราะข้อผิดพลาดของเทคโนโลยีวีเออาร์ ซึ่งโชเซ่ มูรินโญ่กลับมีความเห็นที่แตกต่างออกไป     โชเซ่ มูรินโญ่อดีตนายใหญ่แมนยูฯออกมาแสดงทัศนะว่าผลการแข่งขันที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนซิตี้ไป3-1เป็นไปตามเนื้อผ้าและไม่ควรเอาเทคโนโลยีวีเออาร์มาเป็นข้ออ้างแต่อย่างใด“ มันเป็นแม็ตซ์ที่น่าประทับใจทั้งสองทีมแลกหมัดกันอย่างสนุก ผลการแข่งขันก็เป็นไปตามเนื้อผ้า เจอร์เกน คล็อปป์ทำให้ลิเวอร์พูลเล่นได้แข็งแกร่งอย่างมาก ทีมที่จะเอาชนะพวกเค้าได้ต้องวางแผนมาเป็นอย่างดี ซิตี้บุกมาเปิดเกมบุกที่แอนด์ฟิลมันยิ่งเข้าทางไปใหญ่ ผมไม่คิดว่าวีเออาร์จะเปลี่ยนแปลงอะไร ในเมื่อผลงานในสนามก็ชัดเจนว่าลิเวอร์พูลเหนือกว่าในแง่ความมั่นใจ เราไม่ควรเอาวีเออาร์มาทำลายเครดิตของแม็ตซ์การแข่งขันระดับคุณภาพอย่างเกมนี้” โชเซ่ หยันเป๊ปมองข้ามเกมรับเป็นเหตุให้พ่ายหงส์อย่างน่าอนาจ      โชเซ่ มูรินโญ่ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือมือฉมังในการเล่นเกมรับ และเค้ามองไม่เห็นรายละเอียดในเกมรับของแมนซิตี้ในเกมดังกล่าวเลย “ เป๊ปไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตั้งรับเลย นั่นทำให้พวกเค้าโดนลงโทษ เกมรุกของลิเวอร์พูลสามารถสร้างรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย กองหลังซิตี้ไม่ปิดพื้นที่ด้านหลังให้มิดชิดพอ  ”    “ สองประตูในครึ่งแรกลูกนึงมาจากช่องระหว่างจอห์น สโตน กับไคล์ ว๊อคเกอร์ ส่วนอีกลูกมาจากช่องว่างระหว่างแฟร์นันดินโญ่กับอังเคลินโญ่ ซิตี้มีช่องโหว่เล็กที่หากเป็นการเล่นกับทีมอื่นอาจไม่เป็นไร แต่เมื่อคู่ต่อสู้เป็นบอลมั่นใจอย่างลิเวอร์พูลมันกลายเป็นของหวานเลยละ ”    กระนั้นเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสก็ยอมรับว่าหากวางแผนให้รัดกุมกว่านี้ก็ไม่แน่ว่าซิตี้จะรอดพ้นความพ่ายแพ้ไปได้ “ ผมเองก็เคยพายูไนเต็ดมาแพ้ที่นี่(ก่อนจะโดนปลด)ขนาดว่าผมพยายามกำชับให้แนวรับรักษาช่องว่างระหว่างกันและกันให้มากแล้วก็ตาม ซึ่งลิเวอร์พูลในเวลานี้มั่นใจกว่าตอนนั้นมาก มันเป็นการยากแน่นอนที่จะรักษาวินัยเกมรับไม่ให้โดนพวกเค้าเล่นงาน แต่คุณก็ต้องพยายามทำให้ดี ซึ่งซิตี้ไม่ได้ใส่ใจกับมันเลย ”

ชิรูด์ เบื่อสำรองอาจลาสิงห์โดยมีทีมผู้ดี,น้ำหอมรอเซ็นเพียบ

   ด้วยความที่แฟรงค์ แลมพาดเทใจไปคบหากับเด็กปั้นจากทีมเยาวชนก็ทำให้ซีซั่นนี้เชลซีกลายเป็นทีมพลังหนุ่มทั้งยังส่งผลให้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์กลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยาย และมีความเป็นไปได้สูงที่หัวหอกชาวฝรั่งเศสอาจต้องคิดหาสโมสรใหม่ในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า เนื่องจากตัวชิรูด์เองก็ต้องการโอกาสลงสนามเพื่อโอกาสที่จะติดทัพตราไก่ไปลุยศึกชิงแชมป์ยุโรปในปีหน้านั่นเอง     เวลานี้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์เป็นตัวเลือกอันดับท้ายสุดรองจากมิตชี่ บาตชูอายี่ และแทมมี่ อับบราฮัม จนทำให้เพิ่งได้ลงเล่นให้เชลซีไปเพียง6นัดเท่านั้น(รวมทุกรายการ) โดยทางเชลซีเองก็ดูท่าจะไม่มีปัญหาในกรณีย้ายออกเพราะชิรูด์ที่กำลงจะหมดสัญญาในอีกราว8เดือนข้างหน้าคงไม่ได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่อย่างแน่นอน ทั้งนี้สื่อในอังกฤษต่างลิสต์รายชื่อสโมสรที่พร้อมจะอ้าแขนรับกองหน้าวัย33กะรัตไปใช้งานต่อแล้ว ว่ามีทั้งเวสต์แฮม,คริสตัล พาเลซ และโอลิมปิค ลียง โดยเชื่อว่าชิรูด์น่าจะตัดสินใจย้ายทีมในช่วงปีใหม่นี้เพื่อให้ได้มีโอกาสแสดงผลงานในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และอาจทำให้ดิริเย่ร์ เดช็องร์กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสเรียกติดทีมชาติอีกครั้งนั่นเอง แลมพาดยอมรับหมางเมิน ชิรูด์ ชี้เป็นเรื่องยากที่ทุกคนจะได้เล่น     ด้านแฟรงค์ แลมพาดกุนซือเชลซีเองก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกผิดเบาๆที่มีต่อลูกทีมรายนี้ “ เรามีเกมให้เล่นมากมาย งานผมคือการบริหารจัดการทุกองค์ประกอบ แน่นอนว่าชิรูด์อาจไม่ได้ลงเล่นมากนัก เค้าเป็นนักเตะที่ดี มีความเป็นมืออาชีพ การไม่ได้ลงเล่นอาจทำให้เค้าผิดหวังแต่เค้าก็ไม่เคยแสดงอาการใดๆออกมาเลย เค้ามีสิทธิที่จะตำหนิผมแบบเต็มๆแต่มันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่ผมจะทำให้ทุกคนแฮปปี้ในเมื่อเกมฟุตบอลเลือกผู้เล่นออกสตาร์ทได้เพียง11คนเท่านั้น ”     “ ผมอยากให้เค้าอยู่ต่อ ประสบการณ์ของชิรูด์ยังสามารถสร้างความแตกต่างให้เราได้ แต่เราก็ไม่ปิดกั้นโอกาสของเค้า ผมเข้าใจสถานการณ์ของเค้าอย่างแท้จริง และถ้าเป็นไปได้เชลซีก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเค้าอย่างเต็มที่ ” แลมพาดชี้แจง โดยมีความเป็นไปได้สูงที่เชลซีจะตกลงปล่อยตัวชิรูด์ก่อนจบฤดูกาลแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งน่าจะทำให้เค้าได้ย้ายไปเล่นกับทีมใหม่ในช่วงเดือนมกราคม และตัวเต็งที่จะได้ตัวเค้าไปมากที่สุดก็เห็นจะหนีไม่พ้นโอลิมปิค ลียงนั่นเอง

เวสต์แฮม เหนื่อยใจวิลเชียร์เจ็บโคขาชวดบู๊นิวคาสเซิลแน่นอน

   มานูเอล เปเยกรินี่นายใหญ่เวสต์แฮมได้ออกมาอัพเดตว่าพวกเค้าจะยังไม่มีชื่อแจ๊ค วิลเชียร์ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน หลังจากที่อดีตจอมทัพปืนใหญ่ได้รับบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบไปตั้งแต่ก่อนเกมที่แล้ว(เปิดบ้านเสมอเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด1-1)โดยเทรนเนอร์ชาวชิลีได้เปิดเผยว่าอาการบาดเจ็บของวิลเชียร์ไม่ได้หนักหนาอะไรเพียงแต่ไม่อยากเร่งนักเตะมากนักเนื่องจากกลัวจะได้รับบาดเจ็บซ้ำสองนั่นเอง     “ แจ๊คยังไม่พร้อมเค้ามีปัญหาเล็กน้อย เค้ายังไม่ฟิตเต็มร้อย ภายหลังจากปรึกษากับทีมแพทย์แล้วเราสรุปกันว่าจะไม่ใส่ชื่อเค้าในสุดสัปดาห์นี้เนื่องจากต้องการให้นักเตะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่เสียก่อน ” เปเยกรินี่เทรนเนอร์ชาวชิลีแถลง     นับตั้งแต่แจ๊ค วิลเชียร์ย้ายแบบไม่มีค่าตัวมาอยู่กับขุนค้อนเมื่อปี2018 เจ้าตัวก็ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนมาโดยตลอดทำให้เจ้าตัวเพิ่งจะลงเล่นให้เวสต์แฮมไปได้เพียง16นัดเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดเพราะก่อนหน้านี้อาร์เซนอลทีมที่ฝูมฝักวิลเชียร์มาตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลก็ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับนักเตะรายนี้ เพราะไม่มั่นใจเรื่องสภาพร่างกายเช่นเดียวกัน เนื่องจากวิลเชียร์ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เสมอจนทำให้เจ้าตัวไม่มีโอกาสเล่นฟุตบอลได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยเป็นแข้งพรสวรรค์ที่ทีมอย่างบาเซโลน่า และเอซี มิลานต่างต้องการตัวมาแล้ว เปเยกรินี่ดันแจ๊คแต่บอร์ด เวสต์แฮม ไม่ปลื้มที่เสียค่าเหนื่อยเปล่า     รายงานระบุว่าแจ๊ค วิลเชียร์แม้จะเป็นที่รักของแฟนบอลเนื่องจากมีความกระตือลือล้นยามลงเล่น บวกกับคาแรกเตอร์การเป็นนักเตะสไตล์วิ่งสู้ฟัด ทว่าในสายตาของบอร์ดบริหารของเวสต์แฮมแล้วผู้บริหารเหล่านี้ไม่ค่อยชอบใจกับการลาป่วยบ่อยๆของวิลเชียร์ เนื่องจากพวกเค้ามองว่านักเตะมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมจะช่วยทีมอีกต่อไป แต่พวกเค้าต้องแบกภาระจ่ายค่าจ้างในระดับหนึ่งแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ต่อไปเรื่อยๆ จนมีแนวโน้มว่าเจ้าของเสื้อหมายเลข19รายนี้อาจไม่ได้รับการต่อสัญญา(หมดสัญญามิ.ย.2021)     ถึงกระนั้น มานูเอล เปเยกรินี่ ก็ยังคงเป็นคนหนึ่งที่ให้การหนุนหลังวิลเชียร์มาโดยตลอด จนถึงขนาดจ้างทีมกายภาพบำบัดมือทองจากไอร์แลนด์มาคอยกำกับคอร์สการออกกำลังกายแบบเฉพาะตัวให้กับนักเตะกระดูกยุงรายนี้ พร้อมทั้งพยายามส่งวิลเชียร์ลงสนามให้มีส่วนร่วมกับทีมอยู่เป็นระยะ(แม้จะไม่ค่อยได้เล่นแบบเต็มเกม) โดยหวังว่าวิลเชียร์จะกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เพราะขนาดเป๊ป กวาร์ดิโอล่ายังเคยออกมายกย่องวิลเชียร์นั้นเป็นนักเตะชั้นยอดชนิดที่หาตัวจับยากคนหนึ่งของยุโรป(ถ้าไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน)เลยทีเดียว

เนวิลล์ มาแปลกยอร็อดเจอร์สทั้งที่เคยคุมลิเวอร์พูลว่ายอดกุนซือ

   แกรี่ เนวิลล์ ผู้ซึ่งยืนยันว่าเป็นอริราชศัตรูกับลิเวอร์พูลมาตลอดเกิดนึกอะไรขึ้นมาก็ไม่ทราบ เมื่ออยู่ดีๆกลับลุกขึ้นมาเชิดชูเบรนดอน ร็อดเจอร์สเสียดื้อๆ ซ้ำยังออกหน้าทวงถามเครดิตให้กับอดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลอีกต่างหากเนื่องจากร็อดเจอร์สที่เคยทำผลงานได้ดีกับทั้งเลสเตอร์ และกลาสโกว์ เซลติกแต่กลับไม่ได้มีข่าวว่าจะได้คุมทีมใหญ่กับเค้าเลย    เบรนดอน ร็อดเจอร์สเพิ่งจะพาเลสเตอร์เอาชนะเซาร์แธมป์ตันไปถึง9-0 นำพาให้แกรี่ เนวิลล์ต้องออกมาชื่นชม “ ผลงานของเลสเตอร์แสดงให้เห็นแล้วว่าร็อดเจอร์สนั้นเป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมือ เค้าน่าจะได้รับการยอมรับมากกว่านี้ บางคนตั้งแง่ว่าเค้ายังไม่เคยได้ถ้วยแชมป์ในประเทศอังกฤษเลย แต่ในทางกลับกันเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ก็ยังไม่เคยได้ถ้วยเหมือนกันแต่กลับมีข่าวว่าได้รับความสนใจจากรีล มาดริด ผมว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ” แกรี่ เนวิลล์ผู้ซึ่งเคยเล่นในตำแหน่งแบ๊คขวาให้แมนยูฯทวงถาม เนวิลล์ เชียร์ร็อดเจอร์สพาจิ้งจอกจบท็อปโฟว์เพื่อประกาศศักดา      โดยก่อนหน้านี้เบรนดอน ร็อดเจอร์สก็เคยพาเซลติกคว้าแชมป์สก็อตติสลีกมาแล้วสองสมัยในปี2016/17 และ2017/18 ก่อนจะถูกเลสเตอร์ ซิตี้จ่ายเงิน6ล้านปอนด์ให้กับทีมม้าลายเขียวขาวเพื่อดึงตัวเทรนเนอร์ชาวไอริสมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์(2019)ที่ผ่านมา โดยทำให้ซีซั่นนี้เลสเตอร์ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นทีมในระดับหัวตารางของพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง ซึ่งแกรี่ เนวิลล์ก็ได้ออกโรงติงแฟนบอลเมืองผู้ดีที่มักมองว่าการคว้าแชมป์ลีกขี้เมา(สก๊อตติสลีก)ไม่ค่อยมีราศรีเท่าไหร่นัก “ แฟนบอลอังกฤษมีความเป็นชาตินิยม พวกเค้าจึงไม่ค่อยให้การยอมรับร็อดเจอร์สที่พาเซลติกคว้าแชมป์ถึงสองสมัย แต่กลับไปชื่นชมโปรเชตติโน่ที่พาสเปอร์สเข้างชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า ทั้งที่ลีกสก็อตแลนด์ก็มีมาตรฐานการเล่นที่ดีขึ้นมาก ”    ปัจจุบันเลสเตอร์ ซิตี้ภายใต้การทำทีมของชูเบรนดอน ร็อดเจอร์สรั้งอยู่ในอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก และแกรี่ เนวิลล์ก็เชียร์อย่างออกนอกหน้าที่จะให้จิ้งจอกสยามจบฤดูกาลด้วยการติดอันดับท๊อปโฟว์ให้ได้ “ ผมเอาใจช่วยให้ร็อดเจอร์สพาเลสเตอร์กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้นะ ถึงตอนนั้นเลสเตอร์คงต้องรีบต่อสัญญากับเค้าเลยละ เพราะร็อดเจอร์สอาจได้รับข้อเสนอจากที่อื่นเยอะขึ้นแน่นอน ” เนวิลล์ทำนายล่วงหน้า

เนย์มาร์ อ่อยอยู่ช่วยปารีสกวาดถ้วยให้มากที่สุดเท่าที่เป็นได้

    หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บจากการรับใช้ทีมชาติบราซิลของเนย์มาร์ก็ทำให้เจ้าตัวต้องหลุดจากตำแหน่งตัวจริงในทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงอีกครั้ง จนทำให้เนย์มาร์อาจเป็นกังวลว่าหากกลับมาฟิตสมบูรณ์แล้วจะยังได้รับโอกาสอยู่ในทีมต่อไปหรือไม่ จนต้องออกมาแสดงเจตนารมย์ผ่านนักข่าวฟุตบอลเพื่อยืนยันว่าจะทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อนำพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ในทุกรายการที่ลงแข่งขันให้จงได้     “ ถ้าไม่นับที่ผมต้องรักษาอาการเจ็บ ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ทีมกำลังฟอร์มดี และผมก็ทำประตูได้ต่อเนื่อง เปเอสเชมีลุ้นแชมป์ในทุกรายการอยู่แล้ว เป้าหมายของผมคือคว้ามันให้หมดทุกแชมป์ โดยเฉพาะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ผมหวังว่าผมจะกลับมาพร้อมลงสนามในไม่ช้า ผมอยากมีส่วนร่วมกับทีมเพื่อทำผลงาน ผมติดค้างแฟนบอลที่นี่(ปารีส แซงต์ แชร์กแมง) ฉะนั้นผมอยากมั่นใจว่าพวกเค้าจะได้เฉลิมฉลองกันในตอนจบฤดูกาล ” เนย์มาร์ในวัย27ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น เนย์มาร์ รับพลาดใจที่คิดย้ายในช่วงปรีซีซั่นแต่กลับใจแล้ว    เมื่อช่วงต้นฤดูกาลเปเอสเชได้ตัดขาดเนย์มาร์ออกจากทีมชุดใหญ่หลังจากที่เจ้าตัวงัดข้อกับสโมสรด้วยการประกาศว่าจะไม่ขอลงสนามอีกแล้วเพื่อหวังจะบีบให้ขายเจ้าตัวออกไปให้กับบาเซโลน่า ทว่าสุดท้ายแล้วเกมพลิกเมื่อบาซ่าไม่สู้ตามราคาที่เปเอสเชร้องขอจนทำให้เนย์มาร์ยังคงมีสถานะเป็นผู้เล่นของปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไป “ ชีวิตนักฟุตบอลกับการย้ายทีมเป็นเรื่องคู่กัน ผมก็เหมือนนักเตะคนอื่นๆที่มีความตั้งที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเมื่อช่วงต้นฤดูกาล มันไม่ใช่ว่าที่สโมสรไหนดีกว่ากัน บางครั้งมันเป็นเรื่องของความจำเจ ผมแค่อยากมองหาอะไรใหม่ๆเพื่อจุดประกายอะไรใหม่ๆในอาชีพนักฟุตบอลของผมก็เท่านั้น ” เนย์มาร์แจกแจง     อย่างไรเนย์มาร์ได้ประกาศชัดเจนว่าเวลานี้เค้าได้กลับตัวกลับใจแล้วเพื่อที่จะภักดีต่อปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไป “ แต่ในที่สุดผมก็อยู่กับทีมต่อ ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ละ ในเมื่อผมยังมีสัญญากับทีม หน้าที่ผมคือการลงไปคว้าชัยชนะให้ทีม มันจะเป็นอย่างนั้นต่อไป ” สตาร์บราซิลให้ความเชื่อมั่นกับแฟนบอลเปเอสเช อย่างไรก็ตามด้วยเรื่องราวการร้องขอย้ายทีมของเนย์มาร์ก็ทำให้มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เปิดใจให้กับเค้า จนถึงขนาดมีการพ่นสเปรย์ตามท้องถนนด้วยข้อความก่นด่าและผลักไสให้เนยร์มาร์ย้ายออกจากทีมไปซะ จึงไม่แน่ชัดเหมือนกันว่าเมื่อเนย์มาร์บอกว่าแฮปปี้กับทีมแล้วแฟนบอลจะแฮปปี้กับเนย์มาร์หรือเปล่า?

เปเอสเช ขาดใจ!เนย์มาร์ได้อาการเจ็บจากทีมชาติอดช่วยทีมร่วมเดือน

   โชคชะตาช่างโหดร้ายกับเนย์มาร์เสียจริงๆทั้งทีเจ้าตัวกำลังเค้นฟอร์มเก่งเพื่อกอบกู้ศรัทธาจากแฟนบอลเปเอสเช หลังจากที่กดไป4ประตูจาก5เกมหลังสุดที่ลงเล่น ทว่าสุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บระหว่างทำภารกิจทีมชาติจนส่อแววว่าจะอดลงเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงอย่างน้อยราวหนึ่งเดือนเศษ    ในระหว่างเกมที่บราซิลอุ่นเครื่องกับไนจีเรียนั้นเนย์มาร์ได้ประสบปัญหาบาดเจ็บตั้งแต่10นาทีแรกจนต้องเปลี่ยนฟิลิปเป้ คูตินโญ่ลงมาเล่นแทน โดยภายหลังทีมแพทย์ของปารีสได้ทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้วก็พบว่าดาวยิงวัย27ปีมีอาการกล้ามเนื้อต้นขาฉีกขาด และคาดว่าต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาอย่างน้อย4สัปดาห์ ซึ่งนับว่าเป็นอาการบาดเจ็บระลอกสองแล้วของเนย์มาร์หลังจากช่วงต้นฤดูกาลเจ้าตัวก็เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนพลาดการลงเล่นในช่วงต้นฤดูกาล ทั้งยังเป็นข่าวร้ายสำหรับโธมัส ทูเคิลบอสใหญ่ของปารีส แซงต์ แชร์กแมงเพราะในเวลานี้ทั้งจูเลี่ยน แดร็กเลอร์ และคิลิยาน เอ็มปั๊ปเป้ต่างก็ยังไม่พร้อมลงสนามกันทั้งคู่ ซึ่งนั่นจะทำให้ทีมแชมป์เก่าลีกเอิงประสบปัญหาในเกมรุกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เกย์กลัวน้อยหน้าเพื่อนเจ็บต้นขาด้วยคนอดช่วย เปเอสเช ราว10วัน    นอกจากปารีส แซงต์ แชร์กแม่งจะประสบปัญหาตัวเลือกในแดนหน้าแล้ว เกมแดนกลางของพวกเค้าก็อาจต้องพลอยรับผลกระทบไปด้วยเมื่อมีรายงานเพิ่มเติมแจ้งมาว่ามิดฟิลด์ตัวนำโชคอย่างอิดริสซ่า เกย์ก็ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาและพลาดลงสนามประมาณ10วัน ประเด็นที่น่าสนใจจากข่าวร้ายนี้ก็คือ ซีซั่นนี้เปเอสเชแพ้ไปแล้ว2เกมจากการลงเล่น9นัด ซึ่งปรากฎว่า7เกมที่พวกเค้ามีอิดริสซ่า เกย์ในสนามพวกเค้าเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด     การที่ประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บกันหลายต่อหลายคนของปารีส แซงต์ แชร์กแมงในซีซั่นนี้ทำให้โธมัส ทูเคิลเริ่มเป็นกังวลเพราะหากเทียบกับซีซั่นที่แล้วๆมาถือว่าพวกเค้าฟอร์มสะดุดเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากลีกเอิงเพิ่งจะเปิดฤดูกาลมาได้ไม่ครบสามเดือนเลยแต่พวกเค้าปราชัยไปแล้วถึงสองเกม โดยอีกปัจจัยที่ส่งผลกับทีมแชมป์เก่าลีกน้ำหอมโดยตรงนั่นก็คือสถานการณ์ความยุ่งเหยิงที่เนย์มาร์งัดข้อกับสโมสรเพื่อต้องการย้ายทีมในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งความบาดหมางนี้ทำให้สปริริตในห้องแต่งตัวของเปเอสเชเริ่มไม่เหนียวแน่นเหมือนเดิม จนทำให้ภารกิจการป้องกันแชมป์ลีกเอิงเป็นสมัยที่สามติดต่อกันของพวกเค้ากลายเป็นเรื่องยากขึ้นไปโดยปริยาย

เอลกลาซิโก้ ไม่ขลังเเละดุเดือดเหมือนเก่าเมื่อชุดขาวไร้โรนัลโด้

   ถึงอันดับในตารางลาลีก้าบาเซโลน่าจะเป็นรองรีลมาดริดเนื่องจากตามหลังทีมราชันย์ชุดขาว(จ่าฝูง)อยู่สองคะแนน แต่ลีโอแนล เมสซี่กลับรู้สึกว่าการขับเคี่ยวกันระหว่างทั้งสองสโมสรนั้นขาดสีสันไปมากนับตั้งแต่รีล มาดริดตัดสินใจปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมในปี2018 พร้อมกับยอมรับว่ายามที่ทีมชุดขาวมีดาวเตะชาวโปรตุเกสในสนามบรรยากาศในการสนามจะดุเดือดกว่าปกติเสมอ     “ ที่จริงผมไม่ควรพูดถึงสโมสรอื่น แต่ผมบอกตรงๆว่าการเล่นเกมกลาซิโก้โดยที่ไม่ได้ดวลกับโรนัลโด้มันเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง ทั้งสองสโมสรมีประวัติศาสตร์การแย่งชิงความยิ่งใหญ่กันมาตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่มาดริดมีโรนัลโด้ พวกเค้ามักมีแรงกระตุ้นที่ยอดเยี่ยม มันเป็นเกมที่ยากเสมอที่เราต้องดวลกัน แม้ว่าระหว่างเกมเราจะมุ่งมั่นที่เอาชนะกันราวกับว่าเราเป็นศัตรู แค่จริงๆแล้วมันเป็นไปตามแนวทางของฟุตบอลเท่านั้น ที่จริงแล้วผมอยากยังอยากดวลกับเค้าในกลาซิโก้ต่อไปนะ ”      “ รีล มาดริดไม่มีโรนัลโด้แล้วก็จริงแต่เค้าก็ยังคู่แข่งในการลุ้นแชมป์โดยตรง พวกเค้ายังมีนักเตะชั้นดีอีกมาก เราให้เกียรติพวกเค้าเสมอแต่บาซ่าก็มีแนวทางของตัวเอง เรากำลังรอคอยเกมกลาซิโก้ครั้งต่อไปมันคงเป็นเกมฟุตบอลที่ดีสำหรับแฟนบอลของเราทั้งคู่ ” ลีโอแนล เมสซี่ลงความเห็น เกม เอลกลาซิโก้ บาซ่ากำชัยตลอดนับตั้งแต่รีลมาดริดไร้เงาคริสเตียโน่โรนัลโด้     คริสเตียโน่ โรนัลโด้ตัดสินใจอำลารีล มาดริดเข้าสู่ร่มเงาของยูเวนตุสเมื่อซัมเมอร์ปี2018 ซึ่งนับจากนั้นผลงานในสนามของทีมราขันย์ชุดขาวก็ไม่แจ่มจรัสเหมือนเดิม และสถิติในเกมเอลกลาซิโก้ที่ดำเนินไปโดยไร้ดาวยิงชาวโปรตุเกสก็ปรากฏว่ารีล มาดริดต้องประสบกับความปราชัยถึงสองครั้งสองครา อันได้แก่ การบุกไปแพ้บาซ่า1-5ที่คัมป์ นู และการเปิดเบอร์นาบิวพ่ายบาซ่าอีก0-1 ซึ่งจุดนี้เองที่อาจทำให้เมสซี่มองว่าทีมคู่ปรับตลอดกาลไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวอีกแล้ว     รีล มาดริดต้องประสบปัญหาเรื่องผลงานในสนามนับตั้งแต่การขายโรนัลโด้ออกไป พวกเค้า(รีล มาดริด)ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมถึงสามคนเมื่อซีซั่นที่แล้ว ไล่เรียงตั้งแต่ยูเลน โลเปเตกรี,ซานติดาโก้ โซลารี่ และซีนาดีน ซีดาน และถึงแม้ว่าผลงานในลาลีก้าจะทำได้ดีจนนำเป็นจ่าฝูงของตาราง […]

โซลชา ติงแฟนผีเปิดปฏิทินด้วยนี่ไม่ใช่ยอดทีมในยุค90อีกแล้ว

   ให้หลังความปราชัยต่อนิวคาสเซิล0-1ในเกมพรีเมียร์ลีก แฟนบอลแมนยูฯต่างกระหน่ำกันจนน้ำลายแห้งเล่นเอาโอเล่ กุนน่า โซลชาหูชากันเลยทีเดียว แต่กระนั้นเทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ก็ยังแบะท่าต่อคำวิจารณ์พร้อมกับแจกแจงว่าทีมปีศาจแดงในเวลานี้ไม่ใช่ทีมที่น่าเกรงขามเหมือนเมื่อวันวานอีกแล้ว      “ ผมภูมิใจในยูไนเต็ดเสมอ และผมอยากพาทีมกลับไปอยู่ในจุดที่จะทำให้แฟนๆของเรามีความสุข แต่เราต้องมองความเป็นจริง ทีมอื่นๆไม่มีความยำเกรงต่อเราเหมือนยุคก่อนอีกแล้ว ยิ่งเมื่อเราขาดผู้เล่นสำคัญๆหลายคน มันทำให้เราไม่สามารถรักษาเชฟเกมของตัวเองไว้ได้ เราให้โอกาสดาวรุ่งได้ลงสนามหลายคนพวกเค้าได้เรียนรู้จากเกมเหล่านี้อย่างมาก และพวกเค้าจะกลับมาแข็งแกร่งได้มากกว่านี้แน่นอน ” โซลชากล่าวระงับความคาดหวังของแฟนบอลผีแดง แมนยูฯดำดิ่งหนักมาก โซลชา แอ่นรับขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว       แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดปัจจุบันรั้งอยู่อันดับ12ของตารางพรีเมียร์ลีกแม้จะไม่ได้ดูไม่ได้ต่ำอะไรมาก ทว่าพวกเค้ามีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงสองคะแนน(เอฟเวอร์ตันอันดับ18มี7คะแนน)จนแฟนบอลปีศาจแดงเริ่มไม่สบายใจกับผลการทำทีมของโซลชา “ เราโชคดีที่มีเวลาพักเบรกทีมชาติ เราต้องทำงานกันให้หนักขึ้น ชัดเจนมากว่าเรากำลังประสบปัญหาเรื่องความมั่นใจ นั่นคือโจทย์ที่ผมต้องแก้ ผมต้องกระตุ้นให้พวกเค้ากลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีให้ได้ อะไรที่ผ่านไปแล้วเราต้องลืมมันถ้าคุณอยากหาคนถูกตำหนิก็พุ่งตรงมาที่ผมได้เลย แต่โปรดอย่าซ้ำเติมผู้เล่นยูไนเต็ดเลย พวกเค้าพยายามอย่างเต็มแล้ว พวกเค้าวิ่งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ใช่ผลการแข่งขันไม่ได้ดีแต่ลูกทีมของผมก็ยังรักษาแรงกระตุ้นในระดับสูงไว้ได้ ”       “ ผลงานที่เราแสดงออกไปยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเรา นักเตะอายุน้อยๆยังต้องเวลาอีกซักพักเพื่อที่จะเรียนรู้การเล่นภายใต้สภาวะความกดดัน มันยิ่งยากขึ้นเมื่อผู้เล่นคนสำคัญบางคนหายไป(ปอล ป๊อกบา,ลุค ชอร์ และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล)มันคือข้อเท็จจริงที่ทำให้เราไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่ผมเข้าใจดีสำหรับยูไนเต็ดแล้วข้ออ้างเหล่านี้ฟังไม่ขึ้น เราคือสโมสรที่พร้อมจะท้าทายกับความสำเร็จในทุกสถานการณ์ เราต้องเชิดหน้าสู้ร่วมกัน เราต้องมั่นใจที่จะเล่นเสี่ยงบ้าง มันเป็นทางเดียวที่เราจะทำให้เราผ่านช่วงเวลาแย่ๆนี้ไปได้ ” โซลชาวัย46ปีกล่าวทิ้งท้าย

พูลิซิส ไม่ปลื้มหลังไม่มีส่วนร่วมในสนามกับเชลซีในช่วงหลัง

   แม้จะพกดีกรีแข้งดังที่ส่งตรงมาจากลีกเยอรมันแต่เมื่อย้ายมาค้าแข้งกับเชลซีแล้วคริสเตียน พูลิซิสก็ยังคงตกเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น เมื่อเจ้าตัวเพิ่งจะได้ลงเล่นเต็มเวลา90นาทีให้กับต้นสังกัดใหม่เพียงเกมเดียวเท่านั้น ซึ่งทำให้พูลิซิสชักไม่มีความสุขเสียแล้วกับชีวิตใหม่ในเสื้อสิงห์บลู     “ การย้ายมายังอังกฤษเป็นความฝันของนักฟุตบอลหลายๆคน ผมเป็นหนึ่งในนั้น พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ยอดเยี่ยม มาตรฐานของเกมการเล่นนั้นสูงมาก คุณต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ นั่นละที่ทำให้ผมหงุดหงิด การที่ผมไม่ได้ลงเล่นในขณะที่เครื่องร้อนนี่ละที่ทำให้ผมกังวล ผมต้องการทำประตูแรกกับเชลซีให้มันจะช่วยให้อะไรๆง่ายขึ้น แต่มันจะยิ่งยากถ้าผมอยู่กับทีมนานมากขึ้นเรื่อยๆแบบไม่มีผลงาน ผมชักจะเป็นกังวลกับเรื่องนี้ ” ดาวเตะวัย21กะรัตกล่าวอย่างไม่แฮปปี้นัก เชลซีหันไปพึ่งเด็กจากอะคาเดมี่ทำ พูลิซิส ต้องซ้อมเข้มกว่าเดิม     แฟรงค์ แลมพาดเริ่มหันมาให้โอกาสแข้งอายุน้อยที่ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนอย่างเมสัน เม้าท์,คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และโทนี่ อับบราฮัมก็เป็นการริดรอนโอกาสลงสนามของคริสเตียน พูลิซิสโดยตรง “ ผมมีทางเดียวที่ผมจะได้โอกาส คือการมุ่งมั่นกับการซ้อมต่อไป มันคงไม่ง่ายที่จะได้รับการยอมรับจากแฟนบอลหรือโค้ชหลังจากที่ผมเพิ่งย้ายมาแค่ไม่กี่เดือน แต่ผมมั่นใจว่าผมจะไปถึงจุดนั้นได้ แล้วเราจะได้เห็นว่าคริสเตียน พูลิซิสทำอะไรได้บ้าง ” อดีตผู้เล่นเสือเหลืองกล่าวอย่างมุ่งมั่น    คริสเตียน พูลิซิสนับเป็นผู้เล่นหน้าใหม่เพียงรายเดียวที่เชลซีได้ตัวมาช่วยทีมในซีซั่นนี้(ตกลงเงื่อนไขซื้อขายกันตั้งแต่เดือนมกราคม2019 ทำให้เชลซีได้ทำการลงทะเบียนไว้ก่อนหน้าแล้ว)เนื่องจากเชลซีโดนลงโทษจากฟีฟ่าให้ไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะใหม่ได้กระทั่งสิ้นสุดฤดูกาลนี้ นั่นทำให้แฟนสิงโตน้ำเงินครามต่างตั้งความหวังกับดาวเตะดีกรีทีมชาติสหรัฐอเมริกาไว้อย่างสูง แต่ทว่าพูลิซิสก็ยังไม่สามารถปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกได้เลย และเพิ่งทำไปได้เพียงหนึ่งแอตซิสต์จากการลงเล่น4เกม ซึ่งถือว่ายังไม่เข้าตาแฟรงค์ แลมพาด จนทำให้ตลอดสี่เกมหลังสุดเจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเลยแม้แต่นาทีเดียว แต่กลายเป็นตัวเลือกในอันดับท้ายๆที่จะได้รับโอกาสลงเล่นในถ้วยคาราบาวคัพเท่านั้น

ผีเเดง ดูไว้สถิติแย่งบอลของป็อกบาขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งพรีเมียร์

   เห็นได้ชัดเลยว่าเมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ไร้ปอล ป็อกบาในสนามนั้นผลงานตกต่ำลงอย่างทันตา อย่างในแม็ตซ์ล่าของพรีเมียร์ลีก เมื่อโอเล่ กุนน่า โซลชาหันมาใช้งานเนมานย่า มาติชลงเล่นแทนก็ปรากฎว่าเละไม่เป็นท่าและปีศาจแดงก็จบเกมด้วยความพ่ายแพ้0-2 จนทำให้เวลานี้พลพรรคเรดอาร์มี่กำลังลุ้นให้มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามให้เร็วที่สุดเพื่อเป้าหมายการลุ้นท็อปโฟร์ในปีนี้    ปอล ป็อกบาทำทางให้แมนยูไปแล้วสองแอตซิสต์ ทว่านอกจากการผ่านบอลแล้วการแย่งบอลก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเค้า เมื่อกองกลางวัย26ปีสามารถแย่งบอลได้มากครั้งที่สุดในบรรดาผู้เล่นของพรีเมียร์ลีก ทั้งที่สองเกมหลังสุดเจ้าตัวไม่ได้ลงสนามด้วยซ้ำ โดยป๊อกบาสามารถแย่งบอลได้มากถึง27ครั้ง ในขณะที่อันดับสองจอจินโญ่กองหลางของเชลซีสามารถแย่งบอลได้เพียง26ครั้ง นอกจากนี้ป๊อกบายังมีส่วนร่วมกับการทำสกอร์ถึง18ครั้งนับตั้งแต่โอเล่ กุนน่า โซลชาเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนยูฯ ทั้งสองส่วนสะท้อนให้เราได้เห็นแล้วว่ามิดฟิลด์ชุดแชมป์เวิลด์คัพ2018นั้นมีความสำคัญต่อทีมมากแค่ไหน โซลชาหวังยืดสัญญาทว่าป๊อกบาเรียกค่าเหนื่อยแพงลิบส่อทำดีลกับ ผีเเดง ล่ม     แม้โอเล่ กุนน่า โซลชาจะแสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่าต้องการเก็บป๊อกบาเอาไว้กับทีมต่อไป แต่ดูเหมือนว่าทั้งเอเยนต์ส่วนตัว และคนใกล้ชิดจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วย และพยายามจะเป่าหูให้ป๊อกบาย้ายทีมไปอยู่กับรีล มาดริด นั่นทำให้แมนยูปรารถนาที่จะต่อสัญญากับสตาร์ชาวฝรั่งเศสออกไปให้ได้ก่อนที่สัญญาปัจจุบันก็จะหมดลงในช่วงเดือนมิถุนายน2021 แต่พอเข้าสู่โหมดเจรจาป๊อกบาก็เรียกค่าเหนื่อยสูงลิบจนชนิดที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการแสดงนัยยะให้บอร์ดบริหารของผีแดงรีบปล่อยตัวเค้าออกไปให้ไวดีกว่า หากไม่อยากเสียตัวไปแบบฟรีๆ    โดยทางมิโน ไรโอล่าเอเยนต์ตัวแสบที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ให้ป๊อกบานั้นเรียกร้องค่าเหนื่อยในสัญญาฉบับใหม่ราว35ยูโรต่อปี ซึ่งหารเฉลี่ยออกมาแล้วจะอยู่ไม่ต่ำกว่าวีกละ530,000ปอนด์ โดยให้เหตุผลว่าป๊อกบาต้องได้ค่าเหนื่อยที่ไม่น้อยหน้าใครเนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่ดาบิด เด เคอาได้ต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปนั้นทำให้นายทวารชาวสเปนแซงหน้าขึ้นไปเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของสโมสร(ไม่นับอเล็กซิสที่ย้ายออกไปอยู่กับอินเตอร์)นั่นเอง ซึ่งค่าเหนื่อยจำนวนนี้เองที่อาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเจรจาครั้งนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิดสำหรับแมนยู